หมอเมย์ – สมดุลวัย เข้าใจวัยทอง

สุขภาพผู้หญิงวัยทอง · Dr.May Clinic

ฮอร์โมนเอสโตรเจน คืออะไร ทำหน้าที่อะไร เมื่อไหร่ควรตรวจ

โดย พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์) ✓ ว.58272
แพทย์เฉพาะทางวัยทองและเวชศาสตร์ชะลอวัย · ตรวจทานโดยผู้เขียน · เผยแพร่ 15 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุง 28 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 8 นาที

คำตอบสั้น ๆ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนคือฮอร์โมนเพศหญิงหลักที่ผลิตจากรังไข่เป็นส่วนใหญ่ ควบคุมทั้งประจำเดือน กระดูก ผิว หัวใจ และอารมณ์ เมื่อเข้าสู่วัยทองและเอสโตรเจนลดลง จึงเกิดอาการร้อนวูบ นอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวนพร้อมกัน บทความนี้หมอจะอธิบายว่าเอสโตรเจนทำหน้าที่อะไร เกิดอะไรขึ้นเมื่อต่ำหรือสูงเกินไป และสัญญาณแบบไหนที่ควรตรวจฮอร์โมน โดยอ้างอิงจากงานวิจัยทางการแพทย์

หมอเมย์อธิบายเรื่องเอสโตรเจนแบบเต็ม ๆ ใน 7 นาที

ถอดเทปคลิป: ฮอร์โมนเอสโตรเจน (ข้อความเต็ม)

อ่านถอดเทปทั้งคลิป

ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมากตอนกลางคืน รู้สึกสมองตื้อ ขี้หลงขี้ลืมแต่พี่ยังมีประจำเดือนมาอยู่นะคะหมอ งั้นแปลว่าแบบนี้ไม่เกี่ยวกับฮอร์โมนใช่ไหมคะผิดค่ะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของฮอร์โมนโดยตรงเลยค่ะโดยเฉพาะฮอร์โมนที่ชื่อว่าเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักของร่างกายผู้หญิงเลยค่ะสวัสดีค่ะหมอเมย์นะคะแพทย์หญิงเมชวิกา อารยางกูรหมอเป็นแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านศาสตร์ชะลอวัยที่ให้การดูแลเกี่ยวกับวัยทองและวัยใกล้หมดประจำเดือนมาหลายรายแล้วค่ะหมออยากจะเล่าให้ฟังค่ะว่าหมอเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการคล้ายๆ แบบนี้แทบทุกวันเลยนะคะไม่ว่าจะเป็นอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย รู้สึกสมองตื้อ ขี้หลงขี้ลืม คิดอะไรไม่ค่อยออก อยู่ๆก็รู้สึกอ่อนล้า อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวมีแรงเหมือนแต่ก่อน หลายๆคนนะคะก็จะมาพร้อมกับคำถามที่ว่าพี่ไม่รู้พี่เป็นอะไรอ่ะหมอ มันรู้สึกอ่อม มันรู้สึกเพลียมันรู้สึกไม่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าพี่อธิบายไม่ถูกเพราะเจ้าฮอร์โมนเอสโตรเจนตัวนี้เป็นฮอร์โมนหลักของร่างกายผู้หญิงเราเลยและเขาไม่ได้ควบคุมแค่เรื่องของประจำเดือนเพียงอย่างเดียวนะคะเขายังทำงานควบคุมสมดุลทั้งระบบในร่างกายของเราเลยค่ะอีกหนึ่งความเชื่อที่ผู้หญิงหลายๆ

คนยังเข้าใจผิดอยู่นะคะว่าถ้าประจำเดือนยังมาอยู่นั่นแปลว่าไม่น่าใช่อาการของฮอร์โมนนะแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะมันจะมีช่วงวัยที่เราเรียกว่า Perimenopause หรือวัยใกล้หมดประจำเดือนค่ะวัยนี้จะเป็นช่วงวัยที่ระดับฮอร์โมนของเราจะเริ่มแกว่งขึ้นๆ ลงๆตั้งแต่ห้าถึงสิบปีก่อนหมดประจำเดือนเลยนะคะดังนั้นพี่ๆ หลายๆ คนจึงเริ่มมีอาการมาตั้งแต่ยังมีประจำเดือนปกติอยู่เลยค่ะอาการที่มาได้ในช่วงวัยนี้ก็จะมีหลากหลายมากเลยค่ะไม่ว่าจะเป็นอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่ายโดยเฉพาะตอนกลางคืน รู้สึกผิวแห้งบางคนมีปัญหาช่องคลอดแห้งเลยนะคะทั้งอาการนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย นี่ก็เป็นปัญหาที่เจอได้บ่อยค่ะความสำคัญของมันคืออาการเหล่านี้เป็นอาการที่นัวๆ ไปหมดเลย แยกไม่ออกว่ามันเกิดจากอะไรทำให้ผู้หญิงหลายๆ ท่านเนี่ยเข้าใจไปว่ามันเกิดจากความเครียดไหมนะหรือเกิดจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอไหมทำให้เราเผลอปล่อยผ่านอาการเหล่านี้ไปนานหลายปีโดยที่ลืมดูแลเรื่องนี้ไปค่ะกุญแจสำคัญของเรื่องนี้นะคะคือพี่ๆจะต้องทำความเข้าใจและทำความรู้จักกับฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างถ่องแท้ก่อนค่ะเราจะได้รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราและเราจะเริ่มดูแลเมื่อไหร่และเริ่มเข้าไปตรวจฮอร์โมนเมื่อไหร่ค่ะ

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเขาไม่ได้ทำหน้าที่แค่เรื่องของประจำเดือนอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจนะคะแต่เขายังดูแลตั้งแต่เรื่องของกระดูก เรื่องของสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เรื่องของผิวพรรณเรื่องของช่องคลอด เรื่องของอารมณ์ เรื่องของการนอนหลับ เรื่องของคุณภาพการทำงานของสมองเรื่องพวกนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยดูแลทั้งระบบในร่างกายของเราเลยค่ะทำให้พี่ๆ หลายท่านที่เริ่มมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เปลี่ยนแปลงไป อาการเขาไม่ได้ค่อยๆมาทีละอาการนะคะแต่มันมาตูมพร้อมกันหมดทีเดียวเลย หมอจะขอสรุปให้พี่ๆ เป็นสามหน้าที่หลักของฮอร์โมนเอสโตรเจนนะคะเรื่องแรกคือเรื่องของกระดูกค่ะตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนเขาจะทำหน้าที่ในการรักษา Balance รักษาสมดุลของการสร้างและการสลายกระดูกค่ะโดยฮอร์โมนเอสโตรเจนเนี่ยเขาจะทำหน้าที่ชะลอการสลายกระดูก ดังนั้นพอพี่ๆ เข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือนระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มลดลง กระดูกของเราก็จะสลายเร็วขึ้นค่ะทำให้พี่ๆ หลายคนมักเจอกับปัญหาภาวะกระดูกบางกระดูกพรุนได้เร็วกว่าตอนที่ยังไม่หมดประจำเดือนค่ะความสำคัญของมันก็คือโรคกระดูกพรุนเป็นสิ่งที่ไม่มีอาการแสดงอะไรล่วงหน้าเลยค่ะทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนเนี่ยกว่าจะไปรู้ตัวบางทีก็กระดูกหักไปแล้ว

ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นมันจะสายเกินแก้แล้วนะคะเรื่องที่สองค่ะตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนเขาทำหน้าที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดค่ะแต่ผลลัพธ์ตรงนี้เนี่ยขึ้นอยู่กับช่วงวัยที่เราเริ่มดูแลด้วยนะคะดังนั้นใครที่กำลังเริ่มคิดว่าจะดูแลเรื่องของฮอร์โมน แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเป็นรายบุคคลไปอย่าไปซื้อมาใช้เองนะคะเรื่องที่สามค่ะคือเรื่องของอารมณ์และการนอนหลับ ในช่วงที่เข้าสู่วัย Perimenopauseหรือช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือนที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมันเริ่มแกว่งขึ้นๆ ลงๆ ค่ะเมื่อฮอร์โมนมันเริ่มแกว่ง เอสโตรเจนเริ่มน้อยลง ทำให้หลายๆ ท่านจะเจอกับอาการร้อนวูบวาบโดยเฉพาะตอนนอนรวมไปถึงอาการเหงื่อออกง่ายตอนนอนหลับค่ะทำให้บางคนหลับไม่สนิท บางคนถึงขั้นต้องตื่นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือลุกขึ้นมาปรับแอร์เลยนะคะเมื่อเรานอนไม่เพียงพอ เราพักผ่อนได้ไม่ดี ร่างกายเราก็เกิดภาวะเครียดสะสมค่ะทำให้ในช่วงนี้พี่ๆหลายคนจะเริ่มมีอาการอารมณ์แปรปรวนตามมาด้วยเช่นกันจากการพักผ่อนไม่เพียงพอด้วยเรื่องของฮอร์โมนเนี่ยแหละค่ะพอฟังมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็จะเริ่มมีคำถามแล้วค่ะงั้นแปลว่ายิ่งพี่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะๆ ก็ยิ่งดีใช่ไหมคะหมอ คำตอบก็คือไม่ใช่นะคะเพราะเรื่องของฮอร์โมนเราต้องดูเป็นสมดุลค่ะ

โดยเฉพาะสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน สองตัวนี้ควรมีในระดับที่สมดุลกันไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดีนะคะหากเรามีระดับเอสโตรเจนที่สูงเกินไปและระดับโปรเจสเตอโรนที่สูงตามไม่ทันเอสโตรเจนค่ะเราเรียกว่าภาวะ Estrogen Dominance หรือเอสโตรเจนเยอะเกินไปนั่นเองค่ะในส่วนนี้จะทำให้เรามีอาการคัดตึงเต้านม ประจำเดือนมามากผิดปกติหรือเป็นกลุ่มอาการที่เราเรียกกันว่าอาการก่อนมีประจำเดือนหรืออาการ PMS รุนแรงกว่าคนทั่วไปค่ะดังนั้นคำว่าฮอร์โมนสมดุลเนี่ยไม่ได้แปลว่ายิ่งมีมากยิ่งดีนะคะฮอร์โมนแต่ละตัวในร่างกายทำงานเหมือนวงออร์เคสตราเลยค่ะเราจะต้องบรรเลงร่วมกันเราจะต้องให้เขาทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องกันและมีความสมดุลกันให้เหมาะสมกับช่วงวัยค่ะส่วนบางคนก็จะเคยได้ยินมาว่าการกินพวกถั่วเหลืองหรือการกินน้ำมะพร้าวจะช่วยเรื่องของอาการวัยทองไหมพวกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าไฟโตเอสโตรเจนหรือเอสโตรเจนจากพืชอยู่ค่ะสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการได้บ้างนะคะแต่ไม่ได้ช่วยทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ขาดไปของร่างกาย ดังนั้นเขาไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุจริงๆ นะคะใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน หมอไม่อยากให้หวังพึ่งพวกไฟโตเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวนะคะอยากให้เข้ามาตรวจหาสาเหตุและดูแลแก้ไขกันอย่างตรงจุดต่อไปค่ะ

หมอเคยดูแลคนไข้ท่านหนึ่งนะคะเข้ามาปรึกษาหมอด้วยเรื่องของอาการนอนไม่หลับและอารมณ์หงุดหงิดง่ายจนกระทบกับครอบครัวและคนรอบข้างค่ะไม่สามารถตื่นไปทำงานได้ตามปกติ พี่เขาบอกว่าเขายังมีประจำเดือนมาอยู่นะเขาเลยลองปรับทั้งอาหาร ปรับเรื่องของพฤติกรรมเข้านอนให้ตรงเวลา งดคาเฟอีน งดแอลกอฮอล์แต่อาการของพี่เขาก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่ควรค่ะเมื่อเราเข้ามาพูดคุยกัน ตรวจหาฮอร์โมน ตรวจหาสาเหตุจริงๆก็พบว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนของพี่เขาเริ่มแกว่งมาสักระยะหนึ่งแล้วค่ะเมื่อเราเริ่มปรับสมดุลของฮอร์โมน อาการนอนไม่หลับของพี่เขาก็ดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์เองค่ะดังนั้นถ้าพี่ๆ คนไหนเริ่มมีอาการที่เข้าข่ายวัยทองนะคะยกตัวอย่างเช่นอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับนอนแล้วตื่นกลางดึกโดยเฉพาะช่วงตีสองตีสาม ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น รู้สึกสมองตื้อขี้หลงขี้ลืม มีปัญหาผิวแห้งหรือช่องคลอดแห้ง พวกนี้เป็นอาการหนึ่งของอาการวัยทองได้ค่ะไม่ต้องรอให้หมดประจำเดือนนะคะเพราะนี่เป็นอาการของฮอร์โมนที่มันเริ่มแกว่งขึ้นๆ ลงๆซึ่งเจอได้ตั้งแต่ก่อนหมดประจำเดือนห้าถึงสิบปีเลยนะคะดังนั้นถ้าอาการเหล่านี้รบกวนชีวิตประจำวันของพี่ๆ มากเนี่ย อย่าทนนะคะ

และไม่ต้องรอให้หมดประจำเดือน สามารถเข้ามาตรวจและปรับสมดุลฮอร์โมนก่อนได้เลยนะคะใครที่มีปัญหาคล้ายๆ แบบนี้และอยากให้หมอช่วยดูแลเรื่องของการปรับสมดุลฮอร์โมนอย่างตรงจุดสามารถนัดหมายเข้ามาพูดคุยกันได้เลยนะคะหมอยินดีดูแลค่ะ

01

ฮอร์โมนเอสโตรเจน คืออะไร

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) คือกลุ่มฮอร์โมนเพศหญิงหลักที่ร่างกายสร้างจากรังไข่เป็นส่วนใหญ่ และมีส่วนน้อยที่สร้างจากต่อมหมวกไตและเซลล์ไขมัน เป็นตัวกำหนดลักษณะความเป็นผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่น ควบคุมรอบประจำเดือน และดูแลอวัยวะหลายระบบตลอดชีวิต

เอสโตรเจนไม่ได้มีชนิดเดียว แต่มี 3 รูปแบบหลัก ที่หมออยากให้คุณรู้จักคร่าว ๆ คือ

อาการจากเอสโตรเจนต่ำเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงน้อยมาก — การสำรวจ REVIVE ในผู้หญิงเอเชีย 5,992 คน รวมทั้งประเทศไทย พบว่าในกลุ่มที่มีอาการ 57% มีอาการช่องคลอดแห้ง แต่มีเพียง 35% ที่รู้จักว่านี่คือภาวะทางการแพทย์ และ 25% เท่านั้นที่เคยคุยกับแพทย์ — นี่คือช่องว่างที่ทำให้หลายคนทนอยู่ทั้งที่รักษาได้

ที่มา: Chua Y, Limpaphayom KK และคณะ, Pan-Asian REVIVE survey, Climacteric 2017;20(4):367–373 — PubMed 28453308

E2
เอสตราไดออล
รูปแบบที่แรงที่สุด เป็นตัวหลักในวัยเจริญพันธุ์
E1
เอสโตรน
รูปแบบหลักหลังหมดประจำเดือน
E3
เอสไตรออล
รูปแบบที่สูงในช่วงตั้งครรภ์

คำว่า “ฮอร์โมนสมดุล” จึงไม่ได้แปลว่าเอสโตรเจนต้องสูงตลอด แต่หมายถึงระดับที่เหมาะสมกับช่วงวัย และทำงานประสานกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) อย่างพอดี

02

ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำหน้าที่อะไรบ้าง

เอสโตรเจนทำงานแทบทุกระบบของร่างกาย ไม่ใช่แค่เรื่องประจำเดือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ หน้าที่สำคัญที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ได้แก่

🌸
ระบบสืบพันธุ์
ควบคุมการตกไข่และการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกในแต่ละรอบเดือน
🦴
กระดูก
ช่วยชะลอการสลายกระดูก โดยยับยั้งการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (osteoclast)
❤️
หัวใจและหลอดเลือด
ช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) และลดไขมันเลว (LDL)
ผิวและเนื้อเยื่อ
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวชุ่มชื้นและยืดหยุ่น
💧
ช่องคลอด/ทางเดินปัสสาวะ
คงความชุ่มชื้นและความแข็งแรงของเยื่อบุ
🧠
สมองและอารมณ์
มีผลต่อสารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับอารมณ์และการนอน

เมื่อเข้าใจว่าเอสโตรเจนดูแลหลายระบบขนาดนี้ ก็จะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมตอนที่มันลดลง อาการถึงได้มาพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งร้อนวูบ นอนไม่หลับ ผิวแห้ง และอารมณ์เปลี่ยน

6 บทบาทหลักของฮอร์โมนเอสโตรเจน ระบบสืบพันธุ์ กระดูก หัวใจและหลอดเลือด ผิวและคอลลาเจน ช่องคลอด/ปัสสาวะ สมองและอารมณ์ เมื่อเอสโตรเจนลดลง อาการจึงมาพร้อมกันหลายระบบ
6 บทบาทหลักของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายผู้หญิง
03

ทำไมฮอร์โมนเอสโตรเจนถึงลดลงในวัยทอง

เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น รังไข่จะค่อย ๆ ทำงานน้อยลงและผลิตเอสโตรเจนได้ไม่สม่ำเสมอ ช่วงก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause) ระดับเอสโตรเจนจะขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่คงที่ ก่อนจะลดลงชัดเจนหลังหมดประจำเดือน (menopause) นี่คือกระบวนการธรรมชาติ ไม่ใช่โรค แต่ “อาการ” ที่ตามมาสามารถดูแลได้

เอสโตรเจนต่ำ → อาการที่พบบ่อย
เอสโตรเจน
ต่ำลง ↓
🔥 ร้อนวูบ/เหงื่อกลางคืน
😴 นอนไม่หลับ
💧 ช่องคลอดแห้ง
💭 อารมณ์แปรปรวน
📅 ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ

อาการร้อนวูบวาบไม่ได้เป็นแค่ช่วงสั้น ๆ อย่างที่หลายคนคิด งานวิจัย SWAN ในผู้หญิงกว่า 3,000 คน พบว่าอาการร้อนวูบวาบมีระยะเวลาเฉลี่ยนานถึง 7.4 ปี ยาวนานกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก3 จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงสำคัญ

!

คนไข้หลายคนบอกหมอว่า "ประจำเดือนยังมาปกตินะคะ ไม่น่าใช่ฮอร์โมน" — แต่ช่วงก่อนหมดประจำเดือนเอสโตรเจนจะ "แกว่ง" ก่อนลดลงชัดเจน ประจำเดือนจึงยังมาได้อยู่แม้ระดับฮอร์โมนเริ่มไม่สม่ำเสมอแล้ว ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วยจึงไม่ควรตัดเรื่องฮอร์โมนออกเพียงเพราะประจำเดือนยังมา

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนตามช่วงวัย ระดับเอสโตรเจน วัยเจริญพันธุ์ ก่อนหมดประจำเดือน หลังหมดประจำเดือน (ระดับแกว่งขึ้นลงไม่คงที่)
การเปลี่ยนแปลงของเอสโตรเจนตามช่วงวัย
04

ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ส่งผลระยะยาวอย่างไร

นอกจากอาการเฉพาะหน้า เอสโตรเจนที่ต่ำต่อเนื่องหลังหมดประจำเดือนยังส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว ที่หมออยากให้คุณให้ความสำคัญมี 3 เรื่องหลัก

1
กระดูกพรุน
ภาวะกระดูกพรุนหลังหมดประจำเดือนเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด และมีสาเหตุโดยตรงจากการขาดเอสโตรเจน ทำให้กระดูกบางลงและเสี่ยงหักง่ายขึ้น2
2
หัวใจและหลอดเลือด
เอสโตรเจนมีบทบาทปกป้องหลอดเลือด งานวิจัยเรื่องช่วงเวลา (timing hypothesis) ชี้ว่าผลของฮอร์โมนต่อหัวใจขึ้นอยู่กับ "ช่วงวัย" ที่เริ่มดูแล จึงควรประเมินเป็นรายบุคคลกับแพทย์4
3
ช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ
กลุ่มอาการที่เรียกว่า GSM (genitourinary syndrome of menopause) เช่น ช่องคลอดแห้ง แสบ ปัสสาวะบ่อย พบได้มากถึงราวครึ่งหนึ่งของผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน และมักไม่หายเองถ้าไม่ดูแล5
05

ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป ก็เป็นปัญหาได้

หลายคนเข้าใจว่าเอสโตรเจน “ยิ่งมากยิ่งดี” แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ภาวะที่เอสโตรเจนสูงเกินเมื่อเทียบกับโปรเจสเตอโรน เรียกว่า เอสโตรเจนเด่น (estrogen dominance) ซึ่งพบได้ทั้งในวัยเจริญพันธุ์และช่วงก่อนวัยทอง อาการที่พบบ่อยได้แก่

คัดตึงหน้าอก เจ็บเต้านม
ประจำเดือนมามากหรือมานาน
อารมณ์แปรปรวนรุนแรงก่อนมีประจำเดือน (PMS)
น้ำหนักขึ้นบริเวณสะโพกและต้นขา

นี่คือเหตุผลที่หมอย้ำเสมอว่า การซื้อฮอร์โมนหรืออาหารเสริมมากินเองโดยไม่รู้ระดับฮอร์โมนของตัวเอง อาจไม่ช่วย และบางครั้งทำให้สมดุลแย่ลง การ “รู้ตัวเลขจริง” จากการตรวจจึงปลอดภัยกว่าการเดา

06

กินอะไรช่วยเรื่องฮอร์โมนเอสโตรเจน

อาหารบางกลุ่มมีสารที่เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) ซึ่งเป็นสารจากพืชที่ออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อน ๆ พบมากในถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ข้าวกล้อง และธัญพืช

งานวิจัยแบบรวบรวมข้อมูล (meta-analysis) พบว่าไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองช่วยลดความถี่ของอาการร้อนวูบวาบได้ในระดับหนึ่ง แต่หมออยากให้เข้าใจตามจริงว่า ผลที่ได้เป็นการ “บรรเทา” ไม่ใช่การทดแทนฮอร์โมนที่ขาดไป6 และการตอบสนองของแต่ละคนก็ต่างกัน

พื้นฐานที่หมอแนะนำสำหรับทุกคน
กินอาหารหลากหลาย เน้นถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ เพื่อดูแลกระดูก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแบบลงน้ำหนัก
นอนหลับให้พอ และจัดการความเครียด
07

อารมณ์และการนอน กับเอสโตรเจน

เรื่องที่คนไข้มักไม่กล้าพูด แต่กระทบชีวิตมากที่สุด คืออารมณ์ หลายคนบอกหมอว่า “รู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเอง” หงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ หรือร้องไห้ง่ายโดยไม่มีสาเหตุ

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง งานวิจัยชี้ว่าการที่ระดับเอสตราไดออลแกว่งขึ้นลงในช่วงก่อนวัยทอง สัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าในช่วงนี้7

เมื่อรวมกับการนอนไม่หลับจากอาการร้อนวูบตอนกลางคืน อารมณ์ก็ยิ่งเปราะบางลง การดูแลฮอร์โมนและการนอนควบคู่กันจึงช่วยได้มากกว่าการแก้ทีละอาการ

รูปแบบของยาไม่ได้ต่างกันแค่ความสะดวก แต่ต่างกันที่ยาเข้าสู่ร่างกายทางไหน ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องลิ่มเลือด

กิน แผ่นแปะ เฉพาะที่ — ต่างกันตรงไหน
รูปแบบเรื่องลิ่มเลือดอุดตันเรื่องมะเร็งเต้านม
ชนิดกิน (เม็ด)เสี่ยงกว่าคนที่ไม่ใช้ราว 4 เท่า เพราะยาต้องผ่านตับก่อนอยู่ในกลุ่มที่งานวิจัยรวมพบว่าเสี่ยงเพิ่มขึ้น
แผ่นแปะ / เจล
ซึมผ่านผิวหนัง
ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยง เพราะไม่ผ่านตับก่อน — งานขนาดใหญ่ในอังกฤษปี 2019 ได้ผลตรงกันอยู่ในกลุ่มที่งานวิจัยรวมพบว่าเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เฉพาะที่ในช่องคลอดออกฤทธิ์เฉพาะจุด ไม่ได้กระจายไปทั้งตัวเป็นรูปแบบเดียวที่งานวิเคราะห์ระดับโลกไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยง

ตัวเลขเต็ม: ชนิดกิน OR 4.2 (95% CI 1.5–11.6) เทียบกับผ่านผิวหนัง OR 0.9 (0.4–2.1) — Canonico M และคณะ (ESTHER), Circulation 2007;115(7):840–845 PubMed 17309934 · Collaborative Group on Hormonal Factors in Breast Cancer, Lancet 2019;394:1159–1168 PubMed 31474332
ตารางนี้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการเลือกยา การเลือกรูปแบบขึ้นกับความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ต้องประเมินโดยแพทย์

08

อาการแบบไหนควรตรวจฮอร์โมน

คำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุดคือ “แบบไหนถึงควรไปตรวจ” คำตอบสั้น ๆ คือ เมื่ออาการเริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ควรทนหรือเดาเอง สัญญาณที่ควรพิจารณาตรวจฮอร์โมนวัยทอง ได้แก่

เช็กลิสต์ — ควรตรวจเมื่อ
ร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกกลางคืนจนรบกวนการนอน
นอนไม่หลับเรื้อรัง ตื่นแล้วไม่สดชื่น
อารมณ์แปรปรวนจนกระทบงานหรือความสัมพันธ์
ประจำเดือนผิดปกติชัดเจน มาห่างหรือมามากผิดปกติ
ช่องคลอดแห้ง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ หรืออยากวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว

การตรวจฮอร์โมนคือการเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นภาพว่าร่างกายอยู่ในช่วงไหน แล้วจึงวางแผนดูแลแบบเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับไลฟ์สไตล์ หรือพิจารณาฮอร์โมนทดแทนภายใต้การดูแลของแพทย์ อาการวัยทองแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรใช้สูตรสำเร็จเดียว ดูรายละเอียดว่าฮอร์โมนทดแทนช่วยอะไรบ้างได้ที่บทความนี้ หากอยากอ่านภาพรวมอาการเพิ่มเติม ดูได้ที่บทความ อาการวัยทอง

09

แนวปฏิบัติสากลว่าอย่างไร ค่าเอสโตรเจนใช้ตัดสินอะไรได้บ้าง

คำตอบสั้น ๆ คือ แนวปฏิบัติตัดสินจากอาการเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวเลขเอสโตรเจนค่ะ แนวปฏิบัติเรื่องฮอร์โมนทดแทนของสมาคมวัยหมดประจำเดือนอเมริกาเหนือ (NAMS) ปี 2022 ระบุว่าฮอร์โมนทดแทนเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับอาการร้อนวูบวาบและอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ และช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและกระดูกหัก โดยความเสี่ยงต่างกันตามชนิด ขนาด ระยะเวลา วิธีให้ จังหวะที่เริ่ม และการใช้โปรเจสโตเจนร่วมด้วยหรือไม่8 จะเห็นว่าไม่มีตรงไหนที่พูดถึง ตัวเลขเอสโตรเจนที่ต้องไปให้ถึง เลยค่ะ

จุดที่ค่าเลือดมีประโยชน์คือการแยกสาเหตุอื่นที่อาการคล้ายกัน และการประเมินสุขภาพก่อนเริ่มการรักษา แนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งประเทศไทย ปี 2566 กำหนดให้มีการประเมินก่อนเริ่มและนัดติดตามเป็นระยะ พร้อมเลือกชนิด ขนาดยา วิธีให้ และระยะเวลาให้เหมาะกับแต่ละคน9

อีกข้อที่หลายคนไม่รู้ คืออาการช่องคลอดแห้งและอาการทางปัสสาวะ ถ้าเป็นปัญหาเดียวโดยไม่มีอาการทั่วร่างกาย NAMS ปี 2022 แนะนำเอสโตรเจนเฉพาะที่ขนาดต่ำ หรือทางเลือกอื่น เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น8 แปลว่าไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทั้งร่างกายเสมอไปค่ะ

สรุปจากแนวปฏิบัติ NAMS เรื่องฮอร์โมนทดแทน ปี 2022 และแนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งประเทศไทย ปี 2566
สถานการณ์แนวปฏิบัติว่าอย่างไร
อายุ 45 ปีขึ้นไป อาการชัด รอบเดือนเปลี่ยนดูแลตามอาการได้ ค่าเลือดเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ตัวตัดสิน
อาการซ้อนกับโรคอื่น เช่น ไทรอยด์ ซีด ความเครียดตรวจเพื่อแยกสาเหตุ เป็นประโยชน์ชัดที่สุดของการตรวจ
มีแต่ช่องคลอดแห้ง แสบขัด หรืออาการทางปัสสาวะเอสโตรเจนเฉพาะที่ขนาดต่ำ หรือทางเลือกอื่น ตาม NAMS ปี 2022
ก่อนเริ่มและระหว่างใช้ฮอร์โมนประเมินสุขภาพก่อนเริ่ม เลือกชนิด ขนาด วิธีให้ ระยะเวลารายคน แล้วนัดติดตาม

ที่ห้องตรวจ คนไข้มักถือผลเลือดมาแล้วถามว่า “ค่าเอสโตรเจนต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องเติมเลยไหมคะ” หมอจะถามกลับก่อนเสมอค่ะว่าตอนนี้อะไรรบกวนชีวิตคุณบ้าง เพราะค่าเลือดตัวเดียวไม่ได้บอกว่าคุณต้องเติมหรือไม่ คนที่ค่าเท่ากันแต่อาการต่างกัน ดูแลคนละทางกันได้เสมอ ก่อนมาพบหมอ ลองจดมาสองข้อค่ะ คืออาการที่รบกวนคุณมากที่สุด และรอบเดือนเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไหร่ สองข้อนี้ช่วยหมออ่านผลเลือดได้ตรงกว่าเดิมมากค่ะ

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ควรทำอย่างไร

+
เริ่มจากปรับพื้นฐานก่อน คือกินอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน ออกกำลังกาย นอนให้พอ และจัดการความเครียด หากอาการยังกระทบการใช้ชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงฮอร์โมนทดแทนหากมีข้อบ่งชี้

กินอะไรเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน

+
อาหารกลุ่มไฟโตเอสโตรเจนช่วยได้ในระดับบรรเทา เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ข้าวกล้อง งา และเมล็ดแฟลกซ์ แต่อาหารเหล่านี้ออกฤทธิ์อ่อนกว่าเอสโตรเจนในร่างกายมาก และไม่ทดแทนการประเมินโดยแพทย์เมื่ออาการรุนแรง

อาการของเอสโตรเจนสูงเกินไปมีอะไรบ้าง

+
ภาวะเอสโตรเจนเด่นมักทำให้คัดตึงหน้าอก ประจำเดือนมามากหรือมานาน อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือนรุนแรง และน้ำหนักขึ้นบริเวณสะโพกต้นขา หากสงสัยควรตรวจเพื่อดูสมดุลระหว่างเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรน

ผักอะไรบ้างที่มีเอสโตรเจนสูง

+
พืชที่มีไฟโตเอสโตรเจนสูง ได้แก่ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เมล็ดแฟลกซ์ งา ถั่วต่าง ๆ รวมถึงผักตระกูลกะหล่ำ อย่างไรก็ตามปริมาณและการตอบสนองต่างกันในแต่ละคน

จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนทุกคนไหม

+
ไม่จำเป็น การใช้ฮอร์โมนทดแทนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ความเสี่ยงส่วนบุคคล และช่วงวัย บางคนดูแลด้วยไลฟ์สไตล์ก็เพียงพอ สิ่งสำคัญคือประเมินร่วมกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ

สรุป

ฮอร์โมนเอสโตรเจนคือฮอร์โมนเพศหญิงหลักที่ดูแลทั้งประจำเดือน กระดูก หัวใจ ผิว และอารมณ์ เมื่อเข้าสู่วัยทองและเอสโตรเจนลดลง อาการต่าง ๆ จึงมาพร้อมกัน ทั้งร้อนวูบ นอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวน ในทางกลับกัน เอสโตรเจนที่สูงเกินสมดุลก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน

อาการเหล่านี้ดูแลได้ และไม่ควรทนหรือเดาเอง หากอาการเริ่มกระทบการใช้ชีวิต การตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้เห็นภาพร่างกายชัดเจนและวางแผนดูแลได้ตรงจุด หากคุณไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่ใช่เรื่องฮอร์โมนหรือไม่ ปรึกษาและตรวจฮอร์โมนวัยทองกับ Dr.May Clinic ได้ เพื่อดูแลตัวเองอย่างมั่นใจในแบบที่เป็นคุณ

แหล่งอ้างอิง (PubMed)

  1. Delgado BJ, Patel P, Lopez-Ojeda W. Estrogen. StatPearls [Internet]. StatPearls Publishing. PMID: 30855848 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30855848
  2. Eastell R, O'Neill TW, Hofbauer LC, et al. Postmenopausal osteoporosis. Nat Rev Dis Primers. 2016. PMID: 27681935 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27681935
  3. Avis NE, Crawford SL, Greendale G, et al. Duration of menopausal vasomotor symptoms over the menopause transition. JAMA Intern Med. 2015. PMID: 25686030 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25686030
  4. Clarkson TB, Meléndez GC, Appt SE. Timing hypothesis for postmenopausal hormone therapy. Menopause. 2013. PMID: 23435033 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23435033
  5. Angelou K, Grigoriadis T, Diakosavvas M, et al. The genitourinary syndrome of menopause. 2021. PMID: 33534428 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33534428
  6. Bolaños R, Del Castillo A, Francia J. Soy isoflavones versus placebo in the treatment of climacteric vasomotor symptoms: systematic review and meta-analysis. Menopause. 2010. PMID: 20464785 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20464785
  7. Gordon JL, Sander B. The role of estradiol fluctuation in the pathophysiology of perimenopausal depression. Psychoneuroendocrinology. 2021. PMID: 34607269 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34607269
  8. The 2022 hormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause. 2022;29(7):767-794. PMID 35797481
  9. Chaikittisilpa S, Orprayoon N, Vallibhakara O, et al. Summary of the 2023 Thai Menopause Society Clinical Practice Guideline on Menopausal Hormone Therapy. J Menopausal Med. 2024;30(1):24-36. PMID 38714491

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาแทนการพบแพทย์ หากมีอาการที่กังวล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคล

อยากรู้ให้ชัดว่าอาการของคุณเกี่ยวกับฮอร์โมนแค่ไหน?

โปรแกรม Hormone Balance Check ตรวจเลือดฮอร์โมน 5 รายการ + InBody + ปรึกษาแพทย์ 1-on-1 เต็ม 45 นาที พร้อมรายงานและแผนดูแล 30 วันแรก

ดูรายละเอียดโปรแกรม →
เกี่ยวกับผู้เขียน
พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.58272
  • แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
  • American Board of Anti-Aging / Regenerative Medicine (ABAARM)
  • Board Certified in Nutritional Wellness (CNW)
  • ผ่านการอบรมการใช้ฮอร์โมนทดแทนชนิดธรรมชาติ (BHRT)

หมอเมย์ดูแลผู้หญิงวัย 40+ ที่มีปัญหาฮอร์โมนและอาการวัยทองโดยเฉพาะ เน้นการตรวจฮอร์โมนเพื่อเข้าใจร่างกายและวางแผนดูแลแบบเฉพาะบุคคล

ตรวจทานโดยผู้เขียน · ปรับปรุงล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2569

Dr.May Clinic (ดอกเตอร์เมย์คลินิกเวชกรรม) · ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี · เปิดทุกวันเว้นวันอังคาร 10:00–18:00 · บริการ: ตรวจฮอร์โมนวัยทอง (Hormone Balance Check) และ รักษาวัยทอง (Hormone Balance Program)

เขียนโดย พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์) ว.58272 — Dr.May Clinic คลินิกเฉพาะทางวัยทอง นนทบุรี · บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาแทนการพบแพทย์
พญ. เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)

ผู้เขียนบทความ

พญ. เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (ABAARM) ดูแลสมดุลฮอร์โมนวัยทองสำหรับผู้หญิง 40+ · เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.58272

ดูโปรไฟล์และบทความทั้งหมดของหมอเมย์ →
Scroll to Top
© 2026 คลินิกหมอเมย์ · Dr.May Clinic นนทบุรี นโยบายความเป็นส่วนตัว ติดต่อเรา