ฮอร์โมนทดแทน (HRT) คืออะไร? ช่วยอะไร อันตรายไหม อธิบายโดยแพทย์

ร้อนวูบวาบกลางดึกจนต้องเปิดแอร์ทั้งที่คนข้าง ๆ ห่มผ้า นอนไม่หลับ อารมณ์ขึ้นลงจนงงตัวเอง พอไปหาหมอหรือหาข้อมูล ก็มักได้ยินคำว่า “ฮอร์โมนทดแทน” แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ช่วยได้จริงไหม แล้วที่เขาว่ากันว่าเสี่ยงมะเร็งจริงหรือเปล่า บทความนี้หมอจะตอบให้ครบในที่เดียวค่ะ
หมอเมย์อธิบายเรื่องฮอร์โมนทดแทนแบบเต็ม ๆ ใน 8 นาที
ถอดเทปคลิป: ฮอร์โมนทดแทน (ข้อความเต็ม)
อ่านถอดเทปทั้งคลิป
มีใครพอได้ยินคำว่าฮอร์โมนทดแทนแล้วรู้สึกกลัวกันบ้างไหมคะกลัวอะไรบ้างล่ะบางคนก็บอกว่ากลัวเป็นมะเร็งกลัวว่าใช้แล้วจะต้องใช้ไปตลอดชีวิตหรือกลัวว่ามันจะเป็นเพียงทางลัดของคนที่รู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วเท่านั้นหากคุณเคยคิดแบบนี้นะคะหมออยากให้ฟังคลิปนี้จนจบค่ะเพราะว่าสิ่งที่คุณคิดอาจไม่ตรงกับความจริงทางการแพทย์ซะทุกอย่างเลยก็ได้นะคะสวัสดีค่ะหมอเมย์นะคะแพทย์หญิงเมชฌวิกาศ์ อารยางกูรตัวหมอเองเป็นหมอผู้มีประสบการณ์ด้านศาสตร์ชะลอวัยที่ให้การรักษาเกี่ยวกับวัยทองและวัยใกล้หมดประจำเดือนมาหลายรายแล้วค่ะเชื่อไหมคะว่าหนึ่งในคำถามแรกๆเลยที่คนไข้ของหมอมักจะถามหมอตั้งแต่วันแรกที่เจอกันหมอคะการใช้ฮอร์โมนมันอันตรายไหมคะหนูจะเป็นมะเร็งไหม ก่อนที่หมอจะไปตอบคำถามนี้นะคะหมออยากพาพี่ๆย้อนกลับไปทำความเข้าใจก่อนค่ะว่าทำไมร่างกายของผู้หญิงหลายๆคนถึงจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเหล่านี้ค่ะเมื่อเราเข้าสู่ช่วงวัยหนึ่งในวัยใกล้หมดประจำเดือนรังไข่ของเราจะลดการทำงานลงค่ะเมื่อรังไข่ของเราทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิมการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนก็จะค่อยๆลดลงตามไปด้วยค่ะฮอร์โมนสองตัวนี้เขาไม่ได้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของประจำเดือนเพียงอย่างเดียวนะคะ
แต่เขายังทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆในร่างกายอีกหลายระบบเลยค่ะไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมอุณหภูมิทำให้พี่ๆหลายคนเมื่อระดับเอสโตรเจนลดลงก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกง่ายผิดปกติตามมาเรื่องของระบบควบคุมการนอนหลับค่ะเมื่อระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลงบางคนก็จะมาด้วยอาการนอนไม่หลับบ้างล่ะนอนหลับแล้วตื่นง่ายตื่นกลางดึกบ้างล่ะแบบนี้ก็เจอได้บ่อยเลยค่ะเรื่องของสุขภาพทั่วๆ ไปก็เกี่ยวข้องด้วยนะคะเพราะระดับฮอร์โมนสองตัวนี้สัมพันธ์กับเรื่องของความหนาแน่นของมวลกระดูกเรื่องของสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดและรวมไปถึงเรื่องของปัญหาช่องคลอดแห้งด้วยเช่นกันดังนั้นอาการวัยทองของผู้หญิงวัยสี่สิบปีขึ้นไปจึงไม่ได้มีแค่อาการร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกง่ายตามที่หลายๆคนเข้าใจนะคะ แต่มันยังหมายรวมถึงอาการของหลายๆระบบทั่วร่างกาย บางคนก็จะรู้สึกว่าร่างกายของเรามันเปลี่ยนไปแต่อธิบายไม่ถูกมันเป็นเพราะเหตุนี้นี่เองค่ะเพราะว่าฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกายเลยค่ะโดยการให้ฮอร์โมนทดแทนจะเป็นการให้ตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าไปเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายค่ะซึ่งต้องทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนนะคะว่าการให้ฮอร์โมนไม่ใช่การรักษาวัยทองให้หายค่ะ
แต่เป็นการเติมในส่วนที่ขาดให้ร่างกายของเราสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติเหมาะสมกับช่วงวัยค่ะทีนี้พี่ๆ หลายคนก็จะสงสัยแล้วค่ะว่าตัวยาฮอร์โมนมีกี่แบบและเหมาะกับใครบ้างแบบแรกนะคะจะเป็นฮอร์โมนที่กระจายไปทั่วร่างกายของเราค่ะฮอร์โมนตัวนี้เขาจะดูแลทั้งระบบในร่างกายของเราเลยจะมีทั้งรูปแบบยากินยาทาหรือแผ่นแปะตามผิวหนังซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วก็ไปทำงานออกฤทธิ์รักษาอาการต่างๆทั่วร่างกายค่ะไม่ว่าจะเป็นอาการร้อนวูบวาบอาการเหงื่อออกง่ายรวมไปถึงอาการนอนไม่หลับด้วยเช่นกันและแบบที่สองนะคะเป็นฮอร์โมนเฉพาะจุดค่ะพวกนี้มักมาในรูปแบบของยาเหน็บช่องคลอดหรือว่ายาสอดช่องคลอดค่ะยาตัวนี้จะออกฤทธิ์เฉพาะแค่ในช่องคลอดมักจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของช่องคลอดแห้งโดยฮอร์โมนกลุ่มนี้มักจะออกฤทธิ์เฉพาะจุดไม่ค่อยถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเท่าไหร่ค่ะและสิ่งสำคัญที่หมออยากจะบอกพี่ๆไว้นะคะการดูแลเรื่องของฮอร์โมนวัยทองเราไม่ได้ดูแลแค่เรื่องของเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวการใช้ฮอร์โมนจำเป็นต้องใช้ให้มันสมดุลให้มันบาลานซ์กันค่ะดังนั้นในคนไข้หลายๆ คนของหมอก็จะมีการใช้ทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อให้ระบบในร่างกายของเราทำงานกันได้อย่างสมดุลค่ะ
ทีนี้ก็จะมาถึงคำถามที่หลายๆคนอยากรู้มากที่สุดนะคะว่าฮอร์โมนทดแทนปลอดภัยไหมอันตรายหรือเปล่าใช้แล้วจะเป็นมะเร็งไหมหมอต้องขอบอกตรงๆ เลยนะคะว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะบอกว่ามันอันตรายหรือมันจะปลอดภัยเพราะความเสี่ยงต่างๆ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากเลยค่ะมีตั้งแต่อายุที่เริ่มใช้ฮอร์โมนระยะเวลาที่หมดประจำเดือนมาแล้วก่อนที่เริ่มใช้ฮอร์โมนชนิดของฮอร์โมนที่เลือกใช้วิธีการใช้ยารวมไปถึงประวัติสุขภาพของแต่ละท่านด้วยเช่นกันโดยในงานวิจัยปัจจุบันนะคะเขาระบุไว้ว่าหากเราเริ่มใช้ฮอร์โมนทดแทนภายในสิบปีหลังหมดประจำเดือนหรือก่อนอายุหกสิบปีในคนกลุ่มนี้มักจะได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงค่ะโดยเฉพาะในเรื่องของการควบคุมอาการร้อนวูบวาบเหงื่อออกง่าย รวมไปถึงการป้องกันภาวะกระดูกพรุนพวกนี้จะมีประโยชน์มากๆเลยค่ะแต่สำหรับบางคนที่เคยมีประวัติเรื่องของมะเร็งเต้านมมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนหรือมีภาวะโรคลิ่มเลือดอุดตันหรือโรคตับรุนแรงคนกลุ่มนี้จะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลอย่างละเอียดเลยค่ะเพราะบางคนอาจไม่เหมาะกับการใช้ฮอร์โมนเลยก็ได้นะคะและนี่คือสิ่งที่หมอย้ำเสมอเลยนะคะว่าการใช้ฮอร์โมนทดแทนมันไม่ใช่ยาที่เราหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
มันจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากคุณหมออย่างใกล้ชิดว่าเราสามารถใช้ตัวยาฮอร์โมนเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยจริงหรือไม่และนอกจากนั้นนะคะยังต้องมีการตรวจติดตามสมดุลกันอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะหมออยากเล่าเรื่องของคนไข้เคสหนึ่งของหมอให้ฟังค่ะมีคนไข้ของหมอเขาอายุสี่สิบเก้าปีค่ะเขามีปัญหาเรื่องของอาการวัยทองเยอะมากๆทั้งอาการร้อนวูบวาบเหงื่อออกง่ายรู้สึกว่าตัวเองซึมเศร้าร้องไห้บ่อยรวมถึงตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเขาเข้ามาปรึกษาฮอร์โมนแล้วก็เข้ามาตรวจเรื่องของฮอร์โมนอย่างละเอียดกับหมอค่ะแล้วเราก็เริ่มให้การรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทนโดยฮอร์โมนที่เราเลือกจะเป็นฮอร์โมนชนิดBHRTหรือBioIdenticalHormoneReplacementTherapyค่ะ หลังเริ่มการรักษาไปได้ประมาณสี่ถึงหกสัปดาห์ค่ะอาการของพี่เขาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจนมากๆทั้งเรื่องของอาการร้อนวูบวาบที่ลดลงการนอนหลับที่ดีขึ้นแล้วพี่เขาก็รู้สึกสดชื่นอยากแต่งตัวอยากไปเดินช้อปปิ้ง รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงในการกลับไปออกกำลังกายใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วนะคะหมอก็ยังคงนัดติดตามอาการพี่เขาอย่างต่อเนื่องเลยค่ะโดยเราจะมีการนัดตรวจเลือดกันเป็นระยะๆประมาณทุกสามถึงสี่เดือนเป็นประจำค่ะพี่ๆ
หลายคนก็อาจจะสงสัยนะคะว่าเมื่อเราเริ่มใช้ฮอร์โมนแล้วเราจำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิตหรือเปล่าคำตอบคือไม่จำเป็นและไม่เสมอไปนะคะขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการดูแลค่ะว่าเราต้องการอะไรจากการใช้ฮอร์โมนในครั้งนี้บางคนก็ต้องการใช้ฮอร์โมนเพื่อลดอาการบางอย่างในช่วงPerimenopause หรือช่วงที่ฮอร์โมนของเรายังขึ้นๆลงๆกระท่อนกระแท่นอยู่โดยส่วนมากก็จะอยู่ในช่วงประมาณอายุสี่สิบแปดปีจนถึงห้าสิบสองปีในช่วงนี้อาการจะหนักกว่าคนทั่วไปค่ะหรือบางคนอาจจะใช้ต่อเนื่องนานกว่านั้นค่ะเพื่อดูแลสุขภาพองค์รวมของร่างกายให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างเป็นปกติในระยะยาวแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะจะต้องมีการประเมินและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเรียกได้ว่าประเมินกันเป็นรายปีกันเลยทีเดียวค่ะหากปีไหนที่ความเสี่ยงต่างๆของเราเพิ่มขึ้นก็ต้องคุยกับคุณหมอผู้ดูแลนะคะว่าเรายังสามารถใช้ตัวยาฮอร์โมนนี้ต่อไปได้หรือเปล่าดังนั้นการใช้ฮอร์โมนทดแทนจะต้องมีคุณหมอดูแลอย่างใกล้ชิดห้ามไปซื้อมาใช้เองเด็ดขาดเลยนะคะพอพูดถึงเรื่องนี้แล้วหมออยากจะชวนคุยเรื่องหนึ่งค่ะเพราะหลายๆ คนจะคิดว่าเรื่องของการใช้ฮอร์โมนทดแทนมันเป็นเรื่องของคนที่ทนอาการไม่ไหวแล้วเท่านั้นแต่เรื่องของฮอร์โมนทดแทนนั้นเขาไม่ได้ดูแลแค่เรื่องของอาการเพียงอย่างเดียวนะคะ
เขายังช่วยป้องกันไม่ให้เรามีภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกบางในระยะยาวด้วยเช่นกันเพราะเรื่องของกระดูกพรุนเขาไม่มีอาการที่แวะมาเตือนเราล่วงหน้านะคะบางคนกว่าจะรู้ตัวกระดูกก็หักซะแล้วซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะสายเกินแก้ไปแล้วค่ะหากพี่ๆ คนไหนที่ฟังมาถึงตรงนี้แล้วนะคะหมออยากให้พี่ๆลองสำรวจตัวเองกันสักนิดค่ะถ้าเรามีอาการร้อนวูบวาบเหงื่อออกง่ายจนมันกระทบชีวิตประจำวันไม่สามารถประชุม ไม่สามารถนั่งทำงานได้เหมือนเมื่อก่อนมีอาการนอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึกติดต่อกันหลายๆคืนมีปัญหาเรื่องของอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่ายจนกระทบกับคนรอบๆตัวแบบนี้มันไม่ใช่อาการที่พี่ๆต้องทนอยู่กับมันนะคะ เพราะเรื่องของฮอร์โมนมันเป็นเรื่องที่เราสามารถดูแลและสามารถปรับสมดุลได้และการใช้ฮอร์โมนทดแทนก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวขอเพียงแต่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดค่ะสิ่งที่หมออยากจะฝากไว้ในวันนี้นะคะคือคำว่าฮอร์โมนทดแทนอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของคนทุกคนเพราะบางคนก็อาจจะเหมาะกับฮอร์โมนทดแทนหรือบางคนก็อาจไม่เหมาะแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทุกคนจะต้องกลัวและหลีกเลี่ยงเช่นกันค่ะมันคือการตัดสินใจที่ต้องดูร่วมกับประวัติสุขภาพประวัติความเสี่ยงต่างๆและเป้าหมายในการดูแลรักษาของแต่ละคน
ซึ่งจะต้องมีคุณหมอช่วยดูแลอย่างละเอียดค่ะหากคุณกำลังสงสัยว่าอาการที่คุณกำลังเจออยู่เหมือนกับอาการวัยทองหรืออาการของวัยใกล้หมดประจำเดือนไม่จำเป็นต้องทนนะคะสามารถแวะเข้ามาปรึกษากันได้เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดูว่าเราเหมาะกับการใช้ฮอร์โมนทดแทนหรือเปล่าสามารถนัดหมายเข้ามาได้เลยนะคะหมอยินดีดูแลค่ะ
ฮอร์โมนทดแทนคืออะไร?
ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy: HRT) คือการให้ฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปทดแทนส่วนที่ร่างกายผลิตได้น้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยทอง ในทางการแพทย์บางครั้งเรียกว่า Menopausal Hormone Therapy (MHT) หรือ “การรักษาด้วยฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน” ซึ่งหมายถึงสิ่งเดียวกัน
อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ค่ะ ตลอดวัยเจริญพันธุ์ รังไข่ของเราผลิต เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงตัวหลักที่ดูแลทั้งประจำเดือน การนอน อารมณ์ ความชุ่มชื้นของช่องคลอด และความแข็งแรงของกระดูก เมื่อเข้าสู่วัยทอง รังไข่ทำงานน้อยลง เอสโตรเจนลดลง ระบบที่เคยทำงานราบรื่นก็เริ่มรวน ฮอร์โมนทดแทนคือการเติมฮอร์โมนที่ขาดกลับเข้าไป เพื่อให้ร่างกายกลับมาสมดุลและอาการรบกวนต่าง ๆ ลดลง
ฮอร์โมนหลักที่ใช้มี 2 ตัว คือ เอสโตรเจน (estrogen) ซึ่งเป็นตัวจัดการอาการวัยทองโดยตรง และ โปรเจสเตอโรน (progesterone) ที่เติมเข้าไปเพื่อปกป้องเยื่อบุโพรงมดลูกในคนที่ยังมีมดลูกอยู่ ส่วนจะใช้ตัวไหน ขนาดเท่าไร รูปแบบใด ขึ้นอยู่กับอาการและร่างกายของแต่ละคน ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
การให้ฮอร์โมนทดแทนช่วยอะไรบ้าง?
ฮอร์โมนทดแทนเป็นวิธีที่มีหลักฐานชัดเจนที่สุดในการบรรเทาอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกกลางคืน (vasomotor symptoms) และยังช่วยเรื่องช่องคลอดแห้งและกระดูกบางด้วย หลายคนที่มาปรึกษาหมอบอกว่า “ทนมาหลายปีแล้ว คิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง” แต่พอถามลึก ๆ กลับพบว่าอาการรบกวนการนอนและอารมณ์มานานกว่าที่คิด จุดนี้สำคัญค่ะ เพราะอาการร้อนวูบไม่ได้อยู่กับเราแค่ปีสองปี งานวิจัย SWAN ที่ติดตามผู้หญิงจำนวนมากพบว่าอาการร้อนวูบและเหงื่อออกกลางคืนอยู่กับผู้หญิงโดยเฉลี่ย (median) นานถึง 7.4 ปี8 บางคนนานกว่านั้นมาก
ประโยชน์ของฮอร์โมนทดแทนที่มีงานวิจัยรองรับ ได้แก่
องค์กรวิชาการด้านวัยทองอย่าง North American Menopause Society สรุปในคำแถลงปี 2022 ว่า ฮอร์โมนทดแทนยังคงเป็นการรักษาที่ได้ผลที่สุดสำหรับอาการร้อนวูบและอาการทางช่องคลอดในวัยทอง เมื่อใช้ในคนที่เหมาะสม4
ฮอร์โมนทดแทนมีกี่แบบ?
ฮอร์โมนทดแทนมีทั้งแบบรับประทาน แบบแผ่นแปะผิวหนัง แบบเจลหรือครีมทา และแบบสอด/ทาเฉพาะที่ในช่องคลอด แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน และแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับอาการและความเสี่ยงของแต่ละคน
1. ฮอร์โมนทดแทนแบบกิน (ยาเม็ด)
รูปแบบที่คุ้นเคยกันมากที่สุดค่ะ สะดวกและใช้กันแพร่หลาย แต่ยาต้องผ่านตับก่อนเข้าสู่กระแสเลือด จุดนี้เองที่ทำให้แพทย์ต้องชั่งน้ำหนักเป็นพิเศษในคนที่มีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือด
2. ฮอร์โมนทดแทนแบบแปะ (แผ่นแปะผิวหนัง)
ฮอร์โมนซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ไม่ผ่านตับก่อน แนวปฏิบัติสากลจึงระบุว่าแพทย์มักเลือกทางนี้ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือด10
3. ฮอร์โมนทดแทนแบบทา (เจลหรือครีม)
หลักการเดียวกับแผ่นแปะคือไม่ผ่านตับ ต่างกันที่ลักษณะการใช้ ทาลงบนผิวแล้วรอให้แห้ง บางคนถนัดแบบนี้มากกว่าเพราะไม่ต้องเจอปัญหาแพ้กาวจากแผ่นแปะ
4. ฮอร์โมนทดแทนแบบเฉพาะที่ในช่องคลอด
สำหรับคนที่อาการหลักคือช่องคลอดแห้ง เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือปัสสาวะแสบขัด รูปแบบนี้ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยรวมน้อยมาก แนวปฏิบัติจึงถือว่าอยู่คนละกลุ่มความเสี่ยงกับฮอร์โมนแบบทั้งตัว9
ความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดของแต่ละรูปแบบไม่เท่ากัน หมอเขียนรายละเอียดไว้แล้วที่ ฮอร์โมนทดแทนอันตรายไหม
| รูปแบบ | ลักษณะการใช้ | จุดที่ต้องพิจารณา |
|---|---|---|
| ฮอร์โมนทดแทนแบบกิน (ยาเม็ด) | กลืนเป็นเม็ด | ผ่านตับก่อน แพทย์จะพิจารณาเป็นพิเศษถ้ามีความเสี่ยงลิ่มเลือด |
| ฮอร์โมนทดแทนแบบแปะ | แปะบนผิวหนัง | ไม่ผ่านตับ · บางคนระคายเคืองผิวบริเวณที่แปะ |
| ฮอร์โมนทดแทนแบบทา | ทาบนผิวหนังแล้วรอให้แห้ง | ไม่ผ่านตับ · ต้องเลี่ยงการสัมผัสผิวคนอื่นก่อนยาแห้ง |
| แบบเฉพาะที่ในช่องคลอด | สอดหรือทาเฉพาะจุด | ดูแลอาการเฉพาะที่เป็นหลัก ดูดซึมทั่วร่างกายน้อย |
อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือ การให้เอสโตรเจน “เดี่ยว ๆ” หรือ “ร่วมกับโปรเจสเตอโรน” ขึ้นอยู่กับว่ายังมีมดลูกอยู่หรือไม่ คนที่เคยตัดมดลูก (ผ่าตัดมดลูกออก) มักใช้เอสโตรเจนเดี่ยวได้ ส่วนคนที่ยังมีมดลูกจำเป็นต้องเติมโปรเจสเตอโรนเพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ นี่คือเหตุผลว่าทำไมฮอร์โมนทดแทนถึงต้องสั่งโดยแพทย์ ไม่ใช่ซื้อใช้เอง

ฮอร์โมนสังเคราะห์ กับ ฮอร์โมนธรรมชาติ ต่างกันอย่างไร?
“ฮอร์โมนธรรมชาติ” ที่พูดถึงกันบ่อยหมายถึงฮอร์โมนไบโอไอเดนติคอล (bioidentical hormone) คือฮอร์โมนที่มีโครงสร้างเหมือนกับฮอร์โมนในร่างกายเราทุกประการ ต่างจากฮอร์โมนสังเคราะห์รุ่นเก่าบางชนิดที่มีโครงสร้างไม่เหมือนของจริงทีเดียว หลายคลินิกในไทยเรียกการใช้ฮอร์โมนกลุ่มนี้ว่า BHRT (Bioidentical Hormone Replacement Therapy)
ตรงนี้หมออยากให้เข้าใจตามจริงค่ะ ฮอร์โมนไบโอไอเดนติคอลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสั่งจ่ายโดยแพทย์นั้นเป็นทางเลือกที่ดีและใช้กันทั่วไป แต่คำว่า "ธรรมชาติ" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีความเสี่ยงเลย" หรือ "ปลอดภัย 100%" อย่างที่โฆษณาบางที่ทำให้เข้าใจ ฮอร์โมนทุกชนิดยังต้องใช้ในขนาดที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ผสมเองเฉพาะราย (compounded) ซึ่งอาจไม่ได้ควบคุมมาตรฐานเท่ายาที่ขึ้นทะเบียน
ฮอร์โมนทดแทนอันตรายไหม? เสี่ยงมะเร็งจริงหรือ
ฮอร์โมนทดแทนไม่ได้อันตรายกับทุกคนค่ะ สำหรับผู้หญิงที่มีอาการวัยทองรบกวนชีวิตและอายุน้อยกว่า 60 ปี ประโยชน์มักมากกว่าความเสี่ยง ส่วนความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่คนกลัวกันมีจริง แต่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและไม่เท่ากันในทุกคน
นี่คือคำถามที่คนไข้กังวลมากที่สุด และหมอเข้าใจดีค่ะว่าทำไม เพราะความกลัวนี้มีที่มาจริง ความกังวลเรื่อง “ฮอร์โมนทดแทนเสี่ยงมะเร็ง” ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยขนาดใหญ่ชื่อ Women’s Health Initiative (WHI) ที่เผยแพร่ในปี 2002 ซึ่งพบว่ากลุ่มที่ใช้เอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสตินมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย1 ข่าวนี้ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกและแพทย์จำนวนมากหยุดใช้ฮอร์โมนไปในทันที
แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น เมื่อนักวิจัยกลับมาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด พบประเด็นสำคัญคือ ผู้หญิงในงานวิจัยนั้นส่วนใหญ่อายุค่อนข้างมาก (เฉลี่ยราว 63 ปี) และเริ่มใช้ฮอร์โมนหลังหมดประจำเดือนไปนานแล้ว จึงเกิดแนวคิดที่เรียกว่า “ทฤษฎีช่วงเวลาที่เหมาะสม” (timing hypothesis) ที่ว่า การเริ่มฮอร์โมนในช่วงอายุน้อยกว่าหรือใกล้วัยหมดประจำเดือน ให้ผลต่างจากการเริ่มตอนอายุมาก
หลักฐานที่มาสนับสนุนภายหลังก็ชัดเจนขึ้น
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ คำแถลงของ North American Menopause Society ปี 2022 ระบุว่า สำหรับผู้หญิงที่มีอาการวัยทองรบกวน อายุน้อยกว่า 60 ปี หรืออยู่ภายใน 10 ปีหลังหมดประจำเดือน และไม่มีข้อห้าม ประโยชน์ของฮอร์โมนทดแทนมักมากกว่าความเสี่ยง4 ความเสี่ยงที่เคยน่ากลัวนั้น "มีจริง แต่เล็ก" และขึ้นอยู่กับอายุ ระยะเวลาที่เริ่ม ชนิดของฮอร์โมน และสุขภาพของแต่ละคน จึงไม่ควรเหมารวมว่าฮอร์โมนทดแทนอันตรายสำหรับทุกคน
ใครเหมาะ และใครไม่ควรใช้ฮอร์โมนทดแทน?
ฮอร์โมนทดแทนเหมาะกับผู้หญิงที่มีอาการวัยทองรบกวนชีวิต และไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ แต่มีบางกลุ่มที่ไม่ควรใช้ การประเมินตรงนี้ต้องทำโดยแพทย์เสมอ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยเฉพาะบุคคล
ผู้ที่ตัดมดลูกหรือตัดรังไข่ก่อนวัยหมดประจำเดือน
กลุ่มนี้หมอเจอบ่อยแต่มักไม่มีใครอธิบายให้ฟังค่ะ คนไข้หลายคนถามหมอว่า “ตัดมดลูกไปแล้ว ยังต้องใช้ฮอร์โมนอีกเหรอคะ” คำตอบขึ้นอยู่กับว่าตัดอะไรออกไปบ้าง ถ้าตัดมดลูกแต่ยังเก็บรังไข่ไว้ รังไข่ยังผลิตฮอร์โมนต่อได้ แต่ผู้หญิงบางส่วนจะเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ฮอร์โมน แนวปฏิบัติระบุว่าแพทย์จะให้เอสโตรเจนเดี่ยวโดยไม่ต้องเติมโปรเจสเตอโรน เพราะไม่มีเยื่อบุโพรงมดลูกให้ต้องป้องกันแล้ว งานวิจัย WHI ในกลุ่มที่ใช้เอสโตรเจนเดี่ยวก็ไม่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม2
ส่วนคนที่ตัดรังไข่ทั้งสองข้างก่อนถึงวัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติ ฮอร์โมนจะตกลงภายในวันเดียว ไม่ได้ค่อย ๆ ลดเหมือนวัยทองตามธรรมชาติ อาการจึงมักมาแรงและเร็วกว่า แนวปฏิบัติสากลระบุตรงกันว่าแพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงอายุเฉลี่ยของวัยหมดประจำเดือนตามธรรมชาติ ราว 51 ปี หากไม่มีข้อห้าม เพื่อดูแลกระดูกและหลอดเลือดในระยะยาว ไม่ใช่เพื่อบรรเทาอาการอย่างเดียว1012
ใครที่ควรระวังหรือมีข้อห้ามในการใช้
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษหรือมักมีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนทดแทน ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ผู้ที่เคยมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหรือปอด ผู้ที่มีโรคตับรุนแรง ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจขาดเลือด
“คุณแม่เป็นมะเร็งเต้านม แล้วใช้ฮอร์โมนได้ไหมคะ” เป็นคำถามที่หมอได้ยินเกือบทุกสัปดาห์ สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ การเคยเป็นมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง กับ การมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ไม่เหมือนกัน แนวปฏิบัติไม่ได้จัดประวัติครอบครัวไว้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด แต่ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์จะนำมาประเมินความเสี่ยงร่วมกับปัจจัยอื่น และอาจส่งตรวจเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ410
ผลข้างเคียงที่อาจพบในช่วงแรก
ส่วนผลข้างเคียงที่อาจพบในช่วงแรกของการใช้ เช่น คัดตึงเต้านม เลือดออกกะปริดกะปรอย คลื่นไส้ หรือปวดศีรษะ อาการเหล่านี้มักเป็นชั่วคราวและปรับได้ด้วยการเปลี่ยนขนาดหรือรูปแบบยา ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่การใช้ฮอร์โมนทดแทนต้องมีแพทย์ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง
อาการแบบไหนควรตรวจฮอร์โมนก่อนเริ่ม?
ควรตรวจฮอร์โมนก่อนเริ่มเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปและประจำเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอร่วมกับร้อนวูบหรือนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนจนกระทบชีวิตประจำวัน ช่องคลอดแห้งหรือปัสสาวะบ่อยแสบขัด หรือกำลังพิจารณาใช้ฮอร์โมนทดแทนค่ะ
หลายคนถามหมอว่า “จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองควรใช้ฮอร์โมนทดแทน” คำตอบคือ ต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่าร่างกายขาดหรือไม่สมดุลตรงไหน ผ่าน การตรวจฮอร์โมน ค่ะ ไม่ใช่เดาจากอาการอย่างเดียว และไม่ใช่ซื้อฮอร์โมนหรืออาหารเสริมมาลองใช้เอง
หมอแนะนำให้พิจารณาตรวจฮอร์โมน หากคุณมีสัญญาณเหล่านี้
การตรวจฮอร์โมนช่วยให้เห็นภาพว่าร่างกายคุณอยู่ตรงไหนของวัยทอง ฮอร์โมนตัวไหนที่ขาด และคุณเหมาะกับแนวทางดูแลแบบใด คุณสามารถอ่านรายละเอียดการ ตรวจฮอร์โมนวัยทอง ได้ว่าตรวจอะไรบ้างและเหมาะกับใคร หรืออ่านภาพรวม อาการวัยทอง เพิ่มเติมเพื่อเข้าใจร่างกายตัวเองก่อนตัดสินใจ
แนวปฏิบัติสากลว่าอย่างไร ใช้ฮอร์โมนทดแทนได้เมื่อไหร่ และใช้ได้นานแค่ไหน
คำตอบสั้น ๆ คือ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงค่ะ แนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (NAMS) ปี 2022 สรุปว่าในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 60 ปี หรือหมดประจำเดือนมาไม่เกิน 10 ปี และไม่มีข้อห้าม ประโยชน์ของฮอร์โมนทดแทนมากกว่าความเสี่ยง แต่ถ้าเริ่มหลังอายุ 60 ปี หรือหลังหมดประจำเดือนไปแล้วเกิน 10 ปี สมดุลนี้จะกลับด้าน4 ช่วง 10 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนจึงถูกเรียกว่าช่วงหน้าต่างของโอกาส (window of opportunity) ถ้าคุณยังอยู่ในช่วงนี้ คุณมีเวลาเหลือมากกว่าที่คิดค่ะ
แนวปฏิบัติ NICE ฉบับปรับปรุงเดือนพฤศจิกายน 2024 เสริมว่า ผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไปที่มีอาการวัยทองชัดเจนและรอบเดือนเปลี่ยนไป วินิจฉัยได้จากอาการ โดยไม่ต้องเจาะเลือดตรวจ FSH ก่อน10 การรอผลตรวจจึงไม่ควรกลายเป็นเหตุให้เสียช่วงเวลาที่ได้ประโยชน์สูงสุดไป
ส่วนคำถามว่าใช้ได้นานแค่ไหน ทั้งแนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2566 และของสมาคมวัยหมดประจำเดือนระหว่างประเทศ (IMS) ไม่ได้กำหนดเพดานเวลาตายตัวว่าต้องหยุดเมื่อครบ 5 ปี แต่ให้ปรับชนิด ขนาดยา วิธีให้ และระยะเวลาให้เหมาะกับแต่ละคน แล้วทบทวนประโยชน์กับความเสี่ยงร่วมกับแพทย์เป็นระยะ1112
| สถานการณ์ | แนวปฏิบัติแนะนำ |
|---|---|
| อายุน้อยกว่า 60 ปี หรือหมดประจำเดือนไม่เกิน 10 ปี และมีอาการรบกวน | ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง เริ่มฮอร์โมนทดแทนได้ถ้าไม่มีข้อห้าม (NAMS 2022) |
| อายุ 45 ปีขึ้นไป อาการชัดเจน รอบเดือนเปลี่ยนไป | วินิจฉัยจากอาการได้เลย ไม่ต้องเจาะเลือดตรวจ FSH ก่อนเริ่ม (NICE NG23) |
| เริ่มหลังอายุ 60 ปี หรือหมดประจำเดือนมาเกิน 10 ปี | ความเสี่ยงต่อหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ต้องชั่งน้ำหนักเป็นรายบุคคล (NAMS 2022 และสมาคมไทย 2566) |
| ยังไม่ได้ตัดมดลูก | ต้องให้โปรเจสเตอโรนร่วมกับเอสโตรเจน เพื่อป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว (สมาคมไทย 2566 และ IMS 2016) |
| ใช้ต่อเนื่องมาหลายปี | ไม่มีเพดานเวลาตายตัวว่าต้องหยุดกี่ปี ให้ทบทวนประโยชน์และความเสี่ยงกับแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง (IMS 2016 และ NAMS 2022) |
ในห้องตรวจ คำถามที่หมอเจอบ่อยที่สุดไม่ใช่ “ฮอร์โมนอันตรายไหม” แต่เป็น “สายไปแล้วหรือยังคะ” คนไข้ที่เพิ่งหมดประจำเดือนมา 2-3 ปี มักยังมีเวลาเหลืออีกมาก ส่วนคนที่ปล่อยผ่านมา 12-15 ปีแล้วค่อยมาถาม หมอจะคุยละเอียดกว่าและระวังเรื่องหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า ถ้าคุณกำลังลังเลอยู่ ลองนับดูก่อนว่าประจำเดือนครั้งสุดท้ายของคุณคือเมื่อไหร่ ตัวเลขนั้นบอกได้เลยว่าคุณยังอยู่ในช่วงหน้าต่างของโอกาสหรือเลยมาแล้ว แล้วเอาตัวเลขนั้นไปคุยกับแพทย์ที่ดูแลคุณค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮอร์โมนทดแทน
ฮอร์โมนทดแทน (HRT) คืออะไร ใช้ฮอร์โมนตัวไหน?
+
ฮอร์โมนทดแทนวัยทอง ช่วยอะไรบ้าง?
+
ฮอร์โมนทดแทนอันตรายไหม เสี่ยงมะเร็งหรือเปล่า?
+
ฮอร์โมนทดแทนจากธรรมชาติ มีอะไรบ้าง?
+
ต้องตรวจอะไรก่อนเริ่มใช้ฮอร์โมนทดแทน?
+
เริ่มฮอร์โมนทดแทนช้าเกินไปได้ไหม มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดหรือเปล่า?
+
ฮอร์โมนทดแทนต้องหยุดใช้เมื่อครบ 5 ปีไหม?
+
สรุป
การให้ฮอร์โมนทดแทนคือการเติมฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไปในวัยทองกลับเข้าไป เพื่อบรรเทาอาการร้อนวูบ นอนไม่หลับ ช่องคลอดแห้ง และดูแลกระดูกในระยะยาว ส่วนความกังวลเรื่องมะเร็งนั้น หลักฐานรุ่นใหม่ช่วยให้เราเข้าใจว่าความเสี่ยงมีจริงแต่เล็ก และขึ้นอยู่กับว่าใครใช้ ใช้ตอนไหน และใช้แบบไหน สิ่งที่หมออยากให้จำคือ ฮอร์โมนทดแทนไม่ใช่ทั้งยาวิเศษและไม่ใช่ยาอันตราย แต่เป็นเครื่องมือที่ดีเมื่อใช้ให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน
หากคุณอายุ 40 ขึ้นไปและเริ่มมีอาการวัยทองที่รบกวนชีวิต หรือกำลังลังเลว่าฮอร์โมนทดแทนเหมาะกับตัวเองไหม หมออยากชวนให้มาตรวจฮอร์โมนและพูดคุยกันก่อน เพื่อวางแผนดูแลที่ตรงกับร่างกายคุณจริง ๆ ที่ Dr.May Clinic หมอยินดีดูแลและอธิบายทุกทางเลือกกับคุณอย่างตรงไปตรงมาเหมือนคนในครอบครัวค่ะ
แหล่งอ้างอิงและแนวปฏิบัติทางคลินิก
- Rossouw JE และคณะ (2002). Risks and benefits of estrogen plus progestin in healthy postmenopausal women: principal results from the Women's Health Initiative randomized controlled trial. JAMA. PubMed: 12117397
- Anderson GL และคณะ (2004). Effects of conjugated equine estrogen in postmenopausal women with hysterectomy: the Women's Health Initiative randomized controlled trial. JAMA. PubMed: 15082697
- Manson JE และคณะ (2017). Menopausal Hormone Therapy and Long-term All-Cause and Cause-Specific Mortality: The Women's Health Initiative Randomized Trials. JAMA. PubMed: 28898378
- The North American Menopause Society (2022). The 2022 hormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause. PubMed: 35797481
- Hodis HN และคณะ (2016). Vascular Effects of Early versus Late Postmenopausal Treatment with Estradiol (ELITE). N Engl J Med. PubMed: 27028912
- Marjoribanks J และคณะ (2017). Long-term hormone therapy for perimenopausal and postmenopausal women. Cochrane Database Syst Rev. PubMed: 28093732
- Boardman HM และคณะ (2015). Hormone therapy for preventing cardiovascular disease in post-menopausal women. Cochrane Database Syst Rev. PubMed: 25754617
- Avis NE และคณะ (2015). Duration of Menopausal Vasomotor Symptoms Over the Menopause Transition (SWAN). JAMA Intern Med. PubMed: 25686030
- The North American Menopause Society (2020). The 2020 genitourinary syndrome of menopause position statement of The North American Menopause Society. Menopause. PubMed: 32852449
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Menopause: identification and management. NICE guideline NG23. ปรับปรุงพฤศจิกายน 2024 — nice.org.uk/guidance/ng23
- Chaikittisilpa S, Orprayoon N, Vallibhakara O, et al. Summary of the 2023 Thai Menopause Society Clinical Practice Guideline on Menopausal Hormone Therapy. J Menopausal Med. 2024;30(1):24-36. PMID: 38714491 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38714491
- Baber RJ, Panay N, Fenton A; IMS Writing Group. 2016 IMS Recommendations on women’s midlife health and menopause hormone therapy. Climacteric. 2016;19(2):109-150. PMID: 26872610 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26872610
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาแทนการพบแพทย์ การใช้ฮอร์โมนทดแทนต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลของแพทย์ หากมีอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับคุณ
อยากรู้ให้ชัดว่าอาการของคุณเกี่ยวกับฮอร์โมนแค่ไหน?
โปรแกรม Hormone Balance Check ตรวจเลือดฮอร์โมน 5 รายการ + InBody + ปรึกษาแพทย์ 1-on-1 เต็ม 45 นาที พร้อมรายงานและแผนดูแล 30 วันแรก
ดูรายละเอียดโปรแกรม →- แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
- American Board of Anti-Aging / Regenerative Medicine (ABAARM)
- Board Certified in Nutritional Wellness (CNW)
- ผ่านการอบรมการใช้ฮอร์โมนทดแทนชนิดธรรมชาติ (BHRT)
หมอเมย์ดูแลผู้หญิงวัย 40+ ที่มีปัญหาฮอร์โมนและอาการวัยทองโดยเฉพาะ เน้นการตรวจฮอร์โมนเพื่อเข้าใจร่างกายและวางแผนดูแลแบบเฉพาะบุคคล
ตรวจทานโดยผู้เขียน · ปรับปรุงล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2569
Dr.May Clinic (ดอกเตอร์เมย์คลินิกเวชกรรม) · ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี · เปิดทุกวันเว้นวันอังคาร 10:00–18:00 · บริการ: ตรวจฮอร์โมนวัยทอง (Hormone Balance Check) และ รักษาวัยทอง (Hormone Balance Program)
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮอร์โมนทดแทน
โปรเจสเตอโรนคืออะไร ทำไมสำคัญกับผู้หญิงวัยทอง
ฮอร์โมนทดแทน
ยาปรับฮอร์โมนวัยทอง ยี่ห้อไหนดี: 3 กลุ่มที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
ฮอร์โมนทดแทน
ฮอร์โมนทดแทนอันตรายไหม? ผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนใช้
ดูบริการ ที่ตั้ง และเวลาทำการของคลินิก: ศูนย์ดูแลวัยทอง Dr.May Clinic นนทบุรี

ผู้เขียนบทความ
พญ. เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (ABAARM) ดูแลสมดุลฮอร์โมนวัยทองสำหรับผู้หญิง 40+ · เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.58272
ดูโปรไฟล์และบทความทั้งหมดของหมอเมย์ →