หมอเมย์ – สมดุลวัย เข้าใจวัยทอง

สุขภาพผู้หญิงวัยทอง · Dr.May Clinic

อาการวัยทอง: เช็ก 12 สัญญาณ ผู้หญิง 40+ พร้อมวิธีดูแล

โดย พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์) ✓ ว.58272
แพทย์เฉพาะทางวัยทองและเวชศาสตร์ชะลอวัย · ตรวจทานโดยผู้เขียน · เผยแพร่ 15 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุง 28 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 8 นาที
ผู้หญิงไทยวัย 50 สุขภาพดี ยิ้มอย่างมั่นใจ ในบทความอาการวัยทอง โดย Dr.May Clinic
เข้าใจอาการวัยทองและดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย

คำตอบสั้น ๆ คือ อาการวัยทองคือกลุ่มอาการที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงเมื่อรังไข่ค่อย ๆ หยุดทำงาน พบบ่อยในผู้หญิงอายุ 45–55 ปี และเริ่มมีสัญญาณได้ตั้งแต่อายุ 40 ต้น ๆ ทั้งที่ประจำเดือนยังมาอยู่ บทความนี้หมอสรุปให้เป็นข้อ ๆ ว่าอาการวัยทองมีอะไรบ้าง แต่ละอาการเกิดจากอะไร และแบบไหนที่ควรมาตรวจฮอร์โมน

หมอเมย์ไล่ 12 อาการวัยทองจากห้องตรวจจริงแบบเต็ม ๆ ใน 8 นาที

ถอดเทปคลิป: อาการวัยทอง (ข้อความเต็ม)

อ่านถอดเทปทั้งคลิป

ยังมีใครที่เข้าใจว่าอาการวัยทองมีแค่อาการร้อนวูบวาบเพียงอย่างเดียวไหมคะถ้าคุณยังคิดแบบนี้อยู่หมออยากให้ฟังคลิปนี้จนจบนะคะเพราะว่าวันนี้หมอจะมาเล่าสิบสองอาการวัยทองที่หมอเจอคนไข้มาปรึกษาหมอบ่อยมากๆเลยค่ะสวัสดีค่ะหมอเมย์นะคะแพทย์หญิงเมชวิการยางกูรหมอเป็นแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านศาสตร์ชะลอวัยที่ให้การดูแลคนไข้วัยทองและวัยใกล้หมดประจำเดือนมาหลายรายแล้วค่ะเชื่อไหมคะว่าคนไข้หลายๆรายของหมอเนี่ยมีความเข้าใจผิดที่ว่าอาการวัยทองจะต้องมาเฉพาะตอนที่เราหมดประจำเดือนแล้วเท่านั้นแต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลยค่ะเพราะในผู้หญิงอย่างเราจะมีช่วงวัยที่เรียกว่าPerimenopauseหรือวัยใกล้หมดประจำเดือนอยู่ค่ะวัยนี้จะเป็นวัยที่ฮอร์โมนของเราเริ่มแกว่งขึ้นๆลงๆและไม่สม่ำเสมอซึ่งสามารถเจอได้ตั้งแต่ห้าถึงสิบปีก่อนหมดประจำเดือนเลยนะคะทำให้พี่ๆหลายคนเนี่ยเริ่มมีอาการวัยทองมาตั้งแต่ช่วงอายุประมาณสี่สิบปีหรือก็คือมีอาการตั้งแต่ในช่วงที่ยังมีประจำเดือนมาปกติอยู่เลยค่ะซึ่งอาการวัยทองไม่ได้มีแค่อาการร้อนวูบวาบเท่านั้นนะคะหมอจะขอแบ่งอาการวัยทองออกเป็นสามกลุ่มหลักๆค่ะกลุ่มอาการแรกนะคะจะเป็นกลุ่มอาการทางกายซึ่งมีอยู่ทั้งหมดห้าอาการหลักด้วยกัน

อาการแรกนะคะเจอได้บ่อยเลยก็คืออาการร้อนวูบวาบค่ะซึ่งอาการร้อนวูบวาบมักมีอาการมาตามใบหน้าตามช่วงคอและตามลำตัวค่ะเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนของเราที่มันเริ่มลดลงฮอร์โมนเอสโตรเจนตัวนี้เขาไม่ได้ดูแลแค่เรื่องของประจำเดือนเพียงอย่างเดียวนะคะแต่เขายังทำงานเกี่ยวกับระบบควบคุมอุณหภูมิในสมองของเราด้วยค่ะเมื่อฮอร์โมนตัวนี้ลดลงค่ะร่างกายของเราก็เข้าใจผิดไปว่าตอนนี้ร่างกายของเราร้อนเกินไปไหมนะทำให้เรามีอาการร้อนวูบวาบหรือมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติแม้ว่าเราจะอยู่ในห้องแอร์ก็ตามพี่ๆเชื่อไหมคะว่าเคยมีงานวิจัยบอกไว้ว่าอาการร้อนวูบวาบเนี่ยเราพบได้นานเฉลี่ยถึงเจ็ดปีครึ่งเลยนะคะอาการที่สองนะคะคืออาการเหงื่อออกมากตอนกลางดึกค่ะอาการนี้เนี่ยมีสาเหตุมาจากระบบควบคุมอุณหภูมิเหมือนกับอาการแรกเลยค่ะอาการนี้มักเจอตอนดึกนะคะคนไข้มักชอบเล่าให้ฟังว่านอนเปิดแอร์หนาวมากเลยนะแต่เดี๋ยวก็ห่มผ้าห่มเดี๋ยวก็ถีบผ้าห่มออกบางคนเนี่ยเหงื่อออกจนถึงขั้นต้องลุกมาเปลี่ยนเสื้อตอนกลางดึกเลยนะคะอาการที่สามนะคะอาการนี้มักจะเป็นอาการแรกที่ทำให้คนไข้เข้ามาปรึกษาหมอเลยก็คืออาการนอนไม่หลับหรือหลับแล้วมีอาการตื่นกลางดึกบ่อยๆโดยเฉพาะช่วงตีสองถึงตีสามค่ะ

เพราะนอกจากฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วยังมีBalance ของฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนค่ะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะทำหน้าที่ช่วยให้เรารู้สึกสุขสงบและผ่อนคลายช่วยให้เราหลับได้ดีขึ้นไม่มีความวิตกกังวลนั่นเองเมื่อเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือนนะคะรอบการตกไข่ของเราไม่สม่ำเสมอประจำเดือนก็เริ่มรวนไปฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจึงเป็นฮอร์โมนตัวแรกที่จะลดลงมาเลยค่ะเมื่อฮอร์โมนตัวนี้ลดลงจึงทำให้เราหลับไม่ลึกหลับไม่สนิทและมีอาการตื่นกลางดึกได้บ่อยค่ะอาการที่สี่ค่ะหลายๆคนจะรู้สึกว่าเหนื่อยเพลียง่ายขึ้นหรือมีอาการใจสั่นง่ายขึ้นกว่าเดิมและอาการที่ห้านะคะจะเป็นอาการที่เราจะสังเกตได้เป็นอันดับต้นๆเลยคือรอบเดือนของเราเริ่มมาไม่สม่ำเสมอค่ะบางเดือนมาเร็วบางเดือนมาช้าแบบนี้เป็นสัญญาณหนึ่งของฮอร์โมนที่มันเริ่มแกว่งแล้วนะคะกลุ่มถัดไปนะคะจะเป็นกลุ่มของอาการทางสมองและอาการทางด้านอารมณ์ค่ะมีทั้งหมดสามอาการด้วยกันหมอขอขึ้นเป็นอาการที่หกเลยนะคะอาการที่หกที่พบได้บ่อยคือรู้สึกว่าอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่ายหรือบางคนจะรู้สึกว่าร้องไห้ง่ายกว่าปกติอาการเหล่านี้เป็นอาการที่ส่วนมากแล้วคนรอบตัวของเราจะสังเกตได้ก่อนคนไข้นะคะอาการที่เจ็ดนะคะ

คืออยู่ๆก็รู้สึกว่าเราวิตกกังวลง่ายขึ้นกว่าเดิมเชื่อไหมคะว่ามีพี่ๆหลายคนเลยที่เข้ามาปรึกษาหมอว่าพี่ไม่รู้เลยว่าทำไมพี่ถึงเป็นแบบนี้บางคนบอกว่าเมื่อก่อนเนี่ยก็ไม่ได้ร้องไห้ง่ายแบบนี้นะแต่อยู่ๆดูละครนิดดูละครหน่อยก็ร้องไห้แล้วหรือบางทีก็ร้องไห้ขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุกลางรถไฟฟ้าเลยก็มีเหมือนกันพี่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ๆพี่ถึงเป็นแบบนี้หมอขออธิบายสาเหตุให้ฟังคร่าวๆเลยนะคะตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเขามีหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับสารสื่อประสาทในสมองของเราด้วยค่ะโดยฮอร์โมนสองตัวนี้เขาต้องมีBalance และมีสมดุลกันถ้าสมดุลของฮอร์โมนสองตัวนี้เสียไปก็จะทำให้สารสื่อประสาททำงานผิดปกติได้ค่ะทำให้พี่ๆหลายคนในวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือในวัยสี่สิบปีขึ้นไปมักเจอปัญหาว่าวิตกกังวลง่ายคิดเยอะหรือร้องไห้บ่อยกว่าเดิมได้ค่ะและอาการที่แปดนะคะคืออาการสมองตื้อขี้หลงขี้ลืมเคยไหมคะเวลาที่เราแบบเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วก็นึกไม่ออกว่าเอ๊ะฉันมาทำอะไรนะหรือมาหยิบอะไรกันแน่หรือบางทีอยากจะพูดอะไรบางอย่างนะคะแต่นึกคำไม่ออกไม่รู้ว่าจะพูดอะไรคำพูดมันติดอยู่ที่ปากอาการแบบนี้เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากๆเลยนะคะแต่พี่ๆหลายคนมักไม่รู้สึกตัว

เพราะคิดว่าตัวเองนั้นขี้ลืมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหรือเปล่าอาการนี้เป็นอาการที่เจอได้บ่อยเลยนะคะแต่ข่าวดีก็คือมีงานวิจัยบอกไว้ว่าอาการนี้เป็นเพียงแค่อาการชั่วคราวเท่านั้นค่ะอาการนี้มักจะดีขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไปค่ะและสุดท้ายกลุ่มอาการที่สามนะคะเป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะยาวกลุ่มนี้หมอแบ่งออกเป็นสี่อาการด้วยกันค่ะขอขึ้นมาเป็นอาการที่เก้าเลยนะคะอาการนี้เนี่ยก็มีคนไข้มาบ่นกับหมอบ่อยเหมือนกันว่าน้ำหนักขึ้นง่ายทั้งๆที่กินน้อยแล้วโดยเฉพาะรอบเอวที่หนาขึ้นค่ะมีงานวิจัยพบว่าเมื่อเราเข้าสู่วัยทองนะคะร่างกายของเราจะเก็บสะสมไขมันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยค่ะในขณะที่มวลกล้ามเนื้อจะลดลงเรื่อยๆทำให้ร่างกายของสาวๆวัยทองมักมีไขมันมาสะสมมากเกินกว่าปกติค่ะและปัญหานี้มักตามมาด้วยภาวะดื้ออินซูลินค่ะซึ่งภาวะนี้จะยิ่งทำให้มีการสะสมไขมันที่หน้าท้องมากขึ้นมีคนไข้หลายๆคนของหมอบ่นมานะคะว่าอยู่ๆก็ต้องเปลี่ยนไซส์กางเกงจากไซส์M เป็นไซส์XL ก็มีค่ะอาการที่สิบนะคะพี่ๆหลายคนจะรู้สึกว่าผิวแห้งง่ายขึ้นผมบางและผมร่วงง่ายขึ้นเพราะเจ้าตัวฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นส่งผลกระทบต่อทั้งผิวหนังและเส้นผมของเราค่ะอาการที่สิบเอ็ดนะคะ

คืออาการช่องคลอดแห้งค่ะบางคนจะรู้สึกว่ารู้สึกเจ็บหรือแสบในขณะที่มีกิจกรรมบนเตียงเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยนะคะแต่เป็นเรื่องที่เจอได้บ่อยจากอาการของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มันลดลงเมื่อเราเข้าสู่ภาวะใกล้หมดประจำเดือนค่ะภาวะนี้เป็นภาวะที่แก้ได้ไม่ต้องอายที่จะปรึกษาคุณหมอนะคะและสุดท้ายอาการที่สิบสองนะคะหลายๆท่านจะเริ่มมีอาการปวดตามข้อปวดตามกระดูกนั่นเพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เริ่มลดลงจะทำให้เรามีปัญหาเรื่องของกระดูกพรุนตามมาง่ายขึ้นค่ะแต่คนไข้อีกหลายๆคนก็ไม่รู้ตัวนะคะว่ามีปัญหากระดูกพรุนซ่อนอยู่เพราะโดยส่วนมากแล้วภาวะนี้มักเป็นภาวะที่ไม่มีอาการหลายๆคนกว่าจะมารู้ตัวบางทีก็กระดูกหักไปแล้วซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นมันจะสายเกินแก้แล้วนะคะหมออยากให้พี่ๆได้มีโอกาสลองสำรวจตัวเองตามกลุ่มอาการเหล่านี้นะคะถ้าเจอว่าตัวเองมีหลายข้อก็อย่าเพิ่งตกใจค่ะโดยสรุปง่ายๆก็คือถ้าอาการเหล่านี้มันเริ่มรบกวนชีวิตประจำวันจนพี่ๆไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติทั่วไปหมอแนะนำให้เข้าไปปรึกษาคุณหมอนะคะเพื่อดูว่าระดับฮอร์โมนของเราเป็นยังไงสมดุลดีหรือไม่เพราะสิ่งเหล่านี้เราสามารถแก้ไขมันได้ค่ะซึ่งหมอก็ต้องขอย้ำไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าแม้ว่าเราจะไปตรวจ

สุขภาพประจำปีมาแล้วมันปกติดีแต่หมออยากจะบอกว่าการตรวจสุขภาพประจำปีกับการตรวจฮอร์โมนนั้นมันคนละเรื่องกันเลยค่ะการตรวจสุขภาพประจำปีตามโปรแกรมทั่วไปมักไม่ได้ตรวจเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิงหรือสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายด้วยค่ะทำให้บางครั้งเราตรวจไม่เจอความผิดปกติเหล่านี้นั่นเองค่ะพี่ๆคะอาการวัยทองไม่ใช่เรื่องที่พี่ๆคิดไปเองมันเป็นสัญญาณหนึ่งที่ร่างกายกำลังบอกว่าฮอร์โมนในร่างกายของพี่ๆมันกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามวัยค่ะซึ่งอาการของแต่ละท่านจะเจอไม่เหมือนกันบางคนก็มีอาการร้อนวูบวาบชัดเจนบางคนไม่มีอาการร้อนวูบวาบแต่เน้นหนักไปที่อาการนอนไม่หลับหรืออารมณ์แปรปรวนสิ่งนี้ก็เจอได้บ่อยเป็นปกติเลยนะคะอย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองแค่อ่อนแอแต่จริงๆแล้วอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายที่เราสามารถแก้ไขมันได้ค่ะหากพี่ๆคนไหนไม่มั่นใจว่าอาการที่ตัวเองกำลังเจออยู่ใช่อาการของฮอร์โมนแปรปรวนหรือเปล่าหรือใครที่อยากให้หมอดูแลเรื่องของฮอร์โมนเพิ่มเติมสามารถนัดหมายเข้ามาปรึกษากันได้เลยนะคะหมอยินดีดูแลค่ะ

01

อาการวัยทองมีอะไรบ้าง เช็ก 12 สัญญาณ

คำตอบสั้น ๆ คือ อาการวัยทองแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ และแต่ละคนจะเจอไม่เหมือนกัน บางคนร้อนวูบเป็นหลัก บางคนแทบไม่ร้อนเลยแต่นอนไม่หลับหนักมาก ลองเช็กดูค่ะว่าตอนนี้คุณมีกี่ข้อ

อาการร้อนวูบวาบไม่ได้อยู่แค่ปีสองปี — งานวิจัย SWAN ที่ติดตามผู้หญิง 3,302 คนนาน 17 ปี พบว่าอาการร้อนวูบวาบเหงื่อออกกลางคืนอยู่นานมัธยฐาน 7.4 ปี และยังคงอยู่ต่ออีกมัธยฐาน 4.5 ปีหลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย คนที่เริ่มมีอาการตั้งแต่ยังไม่หมดประจำเดือน มักเป็นนานกว่า (มัธยฐานเกิน 11.8 ปี)

ที่มา: Avis NE และคณะ, JAMA Internal Medicine 2015 (SWAN) — PubMed 25686030

1อาการทางกาย
ร้อนวูบวาบตามตัวและใบหน้า
เหงื่อออกกลางคืนจนต้องเปลี่ยนเสื้อ
นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก
ใจสั่น เหนื่อยง่ายกว่าเดิม
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
2อาการทางอารมณ์และสมอง
หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้ง่าย
วิตกกังวลหรือเศร้าโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
สมองตื้อ ขี้ลืม นึกคำไม่ค่อยออก
3การเปลี่ยนแปลงระยะยาว
น้ำหนักขึ้น โดยเฉพาะลงพุง ทั้งที่กินเท่าเดิม
ผิวแห้ง ผมบางลง ผมร่วงมากขึ้น
ช่องคลอดแห้ง แสบ หรือรู้สึกไม่สบายตัว
ปวดเมื่อยตามข้อ กระดูกเริ่มบางลง

ถ้าเช็กแล้วมีหลายข้อ อย่าเพิ่งตกใจนะคะ อาการเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง และทุกอย่างมีทางดูแลได้ หมอจะพาไปดูอาการที่เจอบ่อยทีละกลุ่มต่อไป

อินโฟกราฟิก 12 สัญญาณอาการวัยทอง แบ่งเป็นอาการทางกาย อารมณ์และสมอง และการเปลี่ยนแปลงระยะยาว
12 สัญญาณอาการวัยทอง แบ่งตามกลุ่มอาการ
02

วัยทองคืออะไร เริ่มตอนอายุเท่าไหร่

วัยทอง (Menopause) คือช่วงที่รังไข่หยุดทำงานถาวร ทำให้ประจำเดือนหมดไป ทางการแพทย์นับว่าเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่อขาดประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน เข้าสู่วัยทองเฉลี่ยราวอายุ 50 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 45–55 ปี

ก่อนหน้านั้นมีช่วง “วัยก่อนหมดประจำเดือน” (Perimenopause) ที่ฮอร์โมนแกว่งขึ้นลง เริ่มได้ตั้งแต่ 7–10 ปี ก่อนประจำเดือนจะหมดจริง จึงมีผู้หญิงที่เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 40 ต้น ๆ ส่วนเอสโตรเจนคือฮอร์โมนเพศหญิงตัวหลักที่ดูแลทั้งประจำเดือน อารมณ์ การนอน กระดูก ผิวพรรณ และการเผาผลาญ เมื่อรังไข่ทำงานน้อยลง เอสโตรเจนก็ลดลง อาการต่าง ๆ จึงตามมาเป็นชุด

!

หลายคนเข้าใจผิดว่า "ประจำเดือนยังมา = ฮอร์โมนยังปกติ" ซึ่งไม่จริงเสมอไป ในช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือน ประจำเดือนอาจยังมาอยู่ แต่เริ่มมาไม่สม่ำเสมอ พร้อมกับอาการวัยทองอื่น ๆ ที่เริ่มโผล่มาทีละอย่าง

วัยก่อนหมดประจำเดือนPerimenopause · 40–45 ปีฮอร์โมนเริ่มแกว่ง วัยหมดประจำเดือนMenopause · ~50 ปีขาดประจำเดือน 12 เดือน วัยหลังหมดประจำเดือนPostmenopause · หลัง 55 ปีดูแลสุขภาพระยะยาว
3 ระยะของวัยทองตามอายุ: วัยก่อนหมดประจำเดือน หมดประจำเดือน และหลังหมดประจำเดือน

วัยทองไม่ได้มาทีเดียว แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นช่วง ๆ สิ่งที่บอกได้ชัดที่สุดว่าคุณอยู่ช่วงไหน ไม่ใช่อายุ แต่คือรอบเดือนของตัวเอง ลองเทียบดูว่าตอนนี้ตรงกับช่วงไหน

วัยทองมี 5 ช่วง — ตอนนี้คุณอยู่ช่วงไหน
ช่วงสังเกตจากรอบเดือนสิ่งที่มักเจอนานแค่ไหน
ยังปกติ แต่เริ่มไม่เหมือนเดิมยังมาสม่ำเสมอ แต่บางเดือนสั้นลงเล็กน้อยมักยังไม่มีอาการอะไร คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ตัวบอกชัดไม่ได้
รอบเดือนเริ่มเพี้ยนเดือนนี้กับเดือนก่อนห่างกันเกิน 7 วัน และเป็นซ้ำ ๆนี่คือสัญญาณแรกที่ชัดที่สุดว่าเข้าสู่วัยทองแล้ว อาการร้อนวูบวาบมักเริ่มช่วงนี้แต่ละคนไม่เท่ากัน
ขาดหายเป็นช่วง ๆขาดประจำเดือนติดกันตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไปช่วงที่อาการมักหนักที่สุด ร้อนวูบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน1–3 ปี
หมดประจำเดือนแล้ว ช่วงต้นครบ 12 เดือนที่ไม่มีประจำเดือน = ถือว่าหมดแล้ว1–2 ปีแรกฮอร์โมนยังแกว่งแรง แล้วค่อย ๆ นิ่งลงรวมประมาณ 5–8 ปี
หมดประจำเดือนแล้ว ช่วงหลังไม่มีประจำเดือนต่อเนื่องร้อนวูบมักเบาลง แต่ผลต่อกระดูกและช่องคลอดยังเดินหน้าต่อ จึงเป็นช่วงที่ต้องดูแลระยะยาวต่อเนื่องไป

แบ่งช่วงตามเกณฑ์สากล STRAW+10 — Harlow SD และคณะ, Menopause 2012;19(4):387–395 — PMC3340903 · ระยะเวลาเป็นค่าโดยประมาณ แต่ละคนต่างกันได้มาก

03

ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน อาการที่พบบ่อยที่สุด

ร้อนวูบวาบ (Hot Flashes) เป็นอาการทางกายที่พบบ่อยที่สุดของวัยทอง คือความรู้สึกร้อนพุ่งขึ้นมาที่หน้าอก ลำคอ และใบหน้าอย่างรวดเร็ว บางครั้งหน้าแดง เหงื่อแตก ตามด้วยหนาวสั่น เกิดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าเกิดตอนกลางคืนจะกลายเป็นเหงื่อออกจนต้องตื่น2

ร้อนวูบวาบอยู่นานแค่ไหน (% ของผู้หญิงที่มีอาการ)นานกว่า 2 ปี65%นานกว่า 5 ปี36%
ระยะเวลาของอาการร้อนวูบวาบ ที่มา: งานวิจัย SWAN (PMID 25686030)

ทำไมถึงร้อนวูบ: เอสโตรเจนที่ลดลงไปรบกวนศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง ทำให้ร่างกายเข้าใจผิดว่าตัวร้อนเกินไป จึงขยายหลอดเลือดและขับเหงื่อ ทั้งที่จริงอุณหภูมิห้องปกติดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงร้อนวูบขึ้นมาแม้อยู่ในห้องแอร์ หากร้อนวูบวาบรบกวนชีวิตหรือการนอนมาก อ่านวิธีรับมือได้ในบทความ ร้อนวูบวัยทอง: สาเหตุและวิธีดูแล

04

นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้

นอนไม่หลับในวัยทองมักเป็นแบบหลับได้แต่ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อไม่ได้ พบราว 1 ใน 4 ของผู้หญิงวัยนี้ สาเหตุมาจาก 3 อย่างพร้อมกัน คือร้อนวูบและเหงื่อออกกลางคืนที่ปลุกให้ตื่น เอสโตรเจนที่แกว่งทำให้หลับไม่ลึก และโปรเจสเตอโรนที่ช่วยให้ผ่อนคลายลดลงค่ะ

“หมอคะ พี่หลับได้นะ แต่พอตีสามตื่นแล้วนอนต่อไม่ได้เลย” — ประโยคนี้หมอได้ยินแทบทุกสัปดาห์ค่ะ นอนไม่หลับเป็นหนึ่งในอาการวัยทองที่กระทบคุณภาพชีวิตมากที่สุด และมักมาก่อนอาการอื่นด้วยซ้ำ

26%
ของผู้หญิงวัยนี้
เข้าเกณฑ์นอนไม่หลับ
งานวิจัยเรื่องการนอนในวัยทองพบว่า ราว 1 ใน 4 ของผู้หญิงวัยนี้มีอาการรุนแรงจนเข้าเกณฑ์ภาวะนอนไม่หลับ (insomnia) ที่กระทบการใช้ชีวิตกลางวัน3

สาเหตุหลักมี 3 อย่างที่ทำงานร่วมกัน คือ ร้อนวูบและเหงื่อออกกลางคืนที่ปลุกให้ตื่น, ระดับเอสโตรเจนที่แกว่งทำให้หลับไม่ลึก และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ช่วยให้ผ่อนคลายลดลง เมื่อนอนไม่พอสะสมหลายวัน อารมณ์ ความจำ และการเผาผลาญก็พลอยแย่ลงไปด้วยกันหมด อ่านแนวทางดูแลการนอนเพิ่มเติมได้ที่ วัยทองนอนไม่หลับ ทำอย่างไรดี

ผู้หญิงวัย 40 ปลาย ตื่นกลางดึกนั่งบนเตียง นอนไม่หลับ อาการวัยทองที่พบบ่อย
นอนไม่หลับและตื่นกลางดึกเป็นอาการวัยทองที่กระทบคุณภาพชีวิตมากที่สุด
05

อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย รู้สึกไม่เป็นตัวเอง

อาการที่คนรอบข้างมักสังเกตเห็นก่อนตัวเราเอง คืออารมณ์ที่เปลี่ยนไปค่ะ อยู่ดี ๆ ก็หงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ บางทีร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือรู้สึกเศร้าและวิตกกังวลแบบที่ไม่เคยเป็น

งานวิจัยที่ติดตามผู้หญิงที่ไม่เคยมีประวัติซึมเศร้ามาก่อน พบว่าช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือนมีโอกาสเกิดอารมณ์ซึมเศร้ามากกว่าช่วงก่อนหน้าถึงราว 4 เท่า4

สาเหตุคือ เอสโตรเจนมีส่วนควบคุมสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์ เช่น เซโรโทนิน เมื่อเอสโตรเจนแกว่งขึ้นลง อารมณ์ก็ขึ้นลงตามไปด้วย อาการนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ความเครียดจากงานหรือครอบครัว ทั้งที่ต้นตออาจมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป หมออยากให้คุณรู้ว่านี่ไม่ใช่เพราะคุณนิสัยเสียหรืออ่อนแอลง อ่านเพิ่มเติมที่ อารมณ์แปรปรวนช่วงวัยทองและวิธีรับมือ

06

น้ำหนักขึ้น ลงพุง ผิวแห้ง ผมร่วง และสมองตื้อ

กลุ่มอาการนี้เกิดจากเอสโตรเจนที่ลดลงเช่นกันค่ะ ร่างกายเก็บไขมันไว้ที่หน้าท้องมากขึ้นและมวลกล้ามเนื้อลดลง ผิวแห้งและผมบางลง ส่วนอาการสมองตื้อมักเป็นชั่วคราวและดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านไปแล้ว

“หมอคะ พี่กินเท่าเดิม ออกกำลังกายเหมือนเดิม แต่ทำไมพุงขึ้นเอา ๆ” — นี่เป็นอาการวัยทองที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนหงุดหงิดใจมาก เพราะรู้สึกว่าทำทุกอย่างเหมือนเดิมแต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม

⚖️
น้ำหนักและพุง
อัตราการสะสมไขมันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มวลกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายเก็บไขมันไว้ที่หน้าท้อง (visceral fat) มากขึ้น ที่ลดยากขึ้นไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่กติกาของร่างกายเปลี่ยนไปแล้ว5
🧠
สมองตื้อ (Brain Fog)
ความเร็วในการคิดและความจำอาจแย่ลงชั่วคราวในช่วงก่อนหมดประจำเดือน แต่ข่าวดีคือมักดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านไปแล้ว เป็นอาการ "ชั่วคราว" ไม่ใช่ถาวร6
ผิวและผม
เอสโตรเจนที่ลดลงทำให้ผิวแห้งขึ้น ผมบางและร่วงง่ายขึ้น
💧
ช่องคลอดแห้ง (GSM)
Genitourinary Syndrome of Menopause ครอบคลุมช่องคลอดแห้ง แสบ เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงปัสสาวะบ่อยหรือแสบขัด ทั้งหมดเกิดจากเอสโตรเจนที่ลดลง7
07

อาการวัยทองแปลก ๆ ที่หลายคนไม่รู้ว่าเกี่ยวกัน

นอกจากอาการที่คุ้นกันดี ยังมีอาการวัยทองแปลก ๆ อีกหลายอย่างที่ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ว่าเชื่อมโยงกับฮอร์โมน จึงมักไปตรวจทีละระบบโดยหาสาเหตุไม่เจอ อาการกลุ่มนี้เกิดจากเอสโตรเจนที่ลดลงไปกระทบระบบประสาทอัตโนมัติและเยื่อบุต่าง ๆ ทั่วร่างกาย

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ทั้งที่ตรวจหัวใจปกติ
เวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนเป็นพัก ๆ
คลื่นไส้ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
ชาปลายมือปลายเท้า เหมือนมีมดไต่ (formication)
ปากแห้ง แสบลิ้น รสชาติเปลี่ยน
หูอื้อ เสียงในหู ไวต่อเสียงมากขึ้น
ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
ผิวไวขึ้น คัน หรือเป็นผื่นง่ายกว่าเดิม

อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน และไม่ได้แปลว่าเป็นอันตรายเสมอไป แต่ถ้ามาพร้อมอาการวัยทองอื่น ๆ ในช่วงอายุ 40+ ก็มีโอกาสสูงว่าเกี่ยวกับฮอร์โมนที่กำลังเปลี่ยน หมออยากให้บอกแพทย์ถึงอาการเหล่านี้ด้วย เพราะบางอย่างอาจซ้ำกับภาวะอื่น เช่น ไทรอยด์ ที่ควรแยกให้ชัดด้วยการตรวจ

08

อาการแบบไหนควรตรวจฮอร์โมนหรือพบแพทย์

คำตอบง่าย ๆ คือ เมื่ออาการเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน การนอน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาดูแลอย่างจริงจัง ไม่ต้องรอให้ทนไม่ไหวก่อน

เช็กลิสต์ — ควรตรวจเมื่อ
อาการรบกวนการนอนหรืออารมณ์จนกระทบชีวิตประจำวัน
ประจำเดือนมาผิดปกติมาก หรือมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว
เริ่มมีอาการวัยทองตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อน 40 ปี)
อยากรู้ว่าฮอร์โมนตอนนี้อยู่ในระดับไหน เพื่อวางแผนดูแลระยะยาว

หลายคนบอกว่า “แต่พี่เพิ่งไปตรวจสุขภาพประจำปีมา ทุกอย่างก็ปกติดี” — การตรวจสุขภาพทั่วไปมักไม่ได้เจาะดูระดับฮอร์โมนเพศหญิงโดยตรง การตรวจฮอร์โมนวัยทองจะดูค่าที่เกี่ยวกับวัยทองโดยเฉพาะ ได้แก่ เอสตราไดออล (E2) · โปรเจสเตอโรน · เทสโทสเตอโรน · DHEAS และ FSH ซึ่งเป็นค่าที่บอกการทำงานของรังไข่ ทำให้เห็นภาพชัดว่าอาการที่เป็นมาจากฮอร์โมนจริงไหม และควรดูแลแบบไหน การรู้ตัวเลขที่แท้จริงช่วยเปลี่ยนจากการ “เดา” มาเป็นการ “รู้ชัด”

เช็กลิสต์ 4 ข้อ อาการแบบไหนควรตรวจฮอร์โมนวัยทอง พร้อมคำแนะนำ
สัญญาณที่ควรพิจารณาตรวจฮอร์โมนวัยทอง
09

ดูแลอาการวัยทองอย่างไรให้ใช้ชีวิตสบายขึ้น

คำตอบสั้น ๆ คือ การดูแลอาการวัยทองมี 3 กลุ่มหลักค่ะ กลุ่มแรกคือปรับพฤติกรรม ทั้งการนอน อาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด กลุ่มที่สองคือทางเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน สำหรับคนที่ใช้ฮอร์โมนไม่ได้หรือยังไม่อยากใช้ และกลุ่มที่สามคือฮอร์โมนทดแทน (HRT) สำหรับอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน ข่าวดีคืออาการวัยทองดูแลได้ค่ะ และเลือกได้ตามความรุนแรงของอาการและสุขภาพของแต่ละคน

1
ดูแลจากไลฟ์สไตล์ (พื้นฐานที่ทุกคนทำได้)
นอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและกระดูก ลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ที่กระตุ้นร้อนวูบ และจัดการความเครียด เพราะความเครียดทำให้คอร์ติซอลสูงขึ้นซึ่งยิ่งซ้ำเติมอาการ
2
อาหารและวิตามิน
เน้นอาหารที่มีแคลเซียม โปรตีน และไฟเบอร์เป็นหลัก อาหารเสริมช่วยเสริมได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสิ่งที่ร่างกายขาดจริง ๆ ไม่ใช่ซื้อตามโฆษณา (อ่าน วัยทองควรกินวิตามินอะไร)
3
การปรับสมดุลฮอร์โมน
สำหรับคนที่อาการรบกวนชีวิตมาก การดูแลระดับฮอร์โมนภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ฮอร์โมนทดแทน (HRT) เป็นอีกทางเลือก มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมาใช้เอง

หัวใจสำคัญคือ อาการวัยทองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีดูแลจึงไม่ควรเป็นสูตรสำเร็จเดียวกันทั้งหมด การเข้าใจร่างกายตัวเองจากการตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้เลือกวิธีดูแลที่ใช่สำหรับคุณจริง ๆ

ผู้หญิงวัย 50 สุขภาพดี เดินออกกำลังกายยามเช้าในสวน ดูแลตัวเองช่วงวัยทอง
ไลฟ์สไตล์ที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลอาการวัยทอง
10

แนวปฏิบัติสากลว่าอย่างไร อาการวัยทองแบบไหนที่ควรรักษา

คำตอบสั้น ๆ คือ อาการที่รบกวนชีวิตประจำวันของคุณ คืออาการที่ควรรักษาค่ะ ไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ระบุว่าอาการร้อนวูบวาบพบได้ 50-82% ของผู้หญิงที่หมดประจำเดือนตามธรรมชาติ10 แปลว่าถ้าคุณกำลังเจออาการนี้ คุณคือคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนที่ผิดปกติค่ะ

แนวปฏิบัติ NICE ฉบับปรับปรุงเดือนพฤศจิกายน 2024 ระบุว่า ผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไปที่มีอาการชัดเจนและรอบเดือนเปลี่ยนไป วินิจฉัยได้จากอาการ โดยไม่ต้องเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนก่อน8 อาการจึงเป็นหลักฐานหลักในการวินิจฉัย การตรวจเลือดเป็นตัวช่วยดูสาเหตุอื่นหรือวางแผนการดูแล ไม่ใช่ด่านที่ต้องมีก่อนจึงจะเริ่มดูแลอาการได้

สำหรับคนที่ใช้ฮอร์โมนไม่ได้หรือไม่อยากใช้ แนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (NAMS) ปี 2023 ระบุวิธีที่ไม่ใช่ฮอร์โมนที่มีหลักฐานรองรับจริง ได้แก่ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) การสะกดจิตทางคลินิก ยากลุ่ม SSRI และ SNRI ยากาบาเพนติน และการลดน้ำหนัก ขณะที่อาหารเสริมสมุนไพรและการฝังเข็มยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแนะนำเป็นการรักษาหลัก9

ที่มา: ACOG Practice Bulletin No. 141 · NICE guideline NG23 (ปรับปรุงพฤศจิกายน 2024) · NAMS nonhormone therapy position statement 2023
อาการหรือสถานการณ์แนวปฏิบัติแนะนำ
ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืนฮอร์โมนทดแทนแบบทั้งระบบได้ผลดีที่สุด ถ้าใช้ไม่ได้มีทางเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมนช่วยได้ (ACOG PB 141 และ NAMS 2023)
ช่องคลอดแห้ง แสบขัด เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์เอสโตรเจนเฉพาะที่ในช่องคลอดขนาดต่ำ ใช้ได้แม้ในคนที่ไม่ต้องการฮอร์โมนทั้งระบบ (ACOG PB 141)
อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับประเมินแยกจากโรคซึมเศร้าก่อน การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) มีหลักฐานรองรับ (NAMS 2023)
อายุ 45 ปีขึ้นไป อาการชัดเจนวินิจฉัยจากอาการได้เลย ไม่ต้องเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนก่อนวินิจฉัย (NICE NG23)
อาหารเสริมสมุนไพรและการฝังเข็มยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแนะนำเป็นการรักษาหลักของอาการวัยทอง (NAMS 2023)

ที่คนไข้เข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าต้องทนไปก่อนจนหมดประจำเดือนสนิท แล้วค่อยมารักษา หมอได้ยินประโยคนี้เกือบทุกสัปดาห์ค่ะว่า “คิดว่าเดี๋ยวมันก็หายเอง” ทั้งที่ไม่มีแนวปฏิบัติฉบับใดบอกให้รอ และงานวิจัย SWAN พบว่าอาการร้อนวูบวาบอยู่นานมัธยฐาน 7.4 ปี1 การทนไปเรื่อย ๆ จึงไม่ใช่ความอดทน แต่เป็นการเสียเวลาที่คุณภาพชีวิตดีไปเฉย ๆ ลองให้คะแนนอาการที่รบกวนคุณมากที่สุด 3 อย่างจาก 1 ถึง 10 แล้วถือไปคุยกับหมอ อาการที่คุณให้คะแนนสูงสุดคือจุดที่ควรเริ่มดูแลก่อนค่ะ

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการวัยทอง

ผู้หญิงวัยทองมีอาการอะไรบ้าง?

+
อาการที่พบบ่อยได้แก่ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย น้ำหนักขึ้นลงพุง ผิวแห้ง ผมร่วง สมองตื้อ ช่องคลอดแห้ง และประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ แต่ละคนจะเจอไม่เหมือนกัน

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นวัยทอง?

+
ทางการแพทย์นับว่าเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่อขาดประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน แต่ช่วงก่อนหน้านั้นก็มีอาการได้แล้ว วิธีที่ชัดที่สุดคือสังเกตอาการร่วมกับการตรวจฮอร์โมน

วัยทองเริ่มต้นอายุเท่าไหร่?

+
เข้าสู่วัยทองเฉลี่ยราว 50 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 45–55 ปี แต่อาการช่วงก่อนหมดประจำเดือนเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 40 ต้น ๆ บางคนที่รังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอาจมีอาการก่อน 40 ปี

อาการวัยทองเป็นนานแค่ไหน?

+
แตกต่างกันในแต่ละคน เฉพาะอาการร้อนวูบวาบ งานวิจัย SWAN พบว่าอยู่นานเฉลี่ยราว 7.4 ปี และคงอยู่หลังประจำเดือนหมดจริงเฉลี่ยราว 4.5 ปี บางอาการดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน

ใกล้วัยทองประจำเดือนจะมาแบบไหน?

+
มักเริ่มด้วยประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มาถี่ขึ้น ห่างขึ้น มามากหรือน้อยผิดปกติ ร่วมกับร้อนวูบ นอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวน เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนแกว่งมากที่สุด

จะรู้ได้ยังไงว่าฮอร์โมนไม่ปกติ?

+
สังเกตจากอาการที่เปลี่ยนไป เช่น ประจำเดือนผิดปกติ ร้อนวูบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือน้ำหนักขึ้นผิดปกติ แต่วิธีที่บอกได้ชัดที่สุดคือการตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมน เพราะอาการอย่างเดียวอาจซ้ำกับภาวะอื่นได้

อาการร้อนวูบวาบพบบ่อยแค่ไหนในผู้หญิงวัยทอง?

+
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ระบุว่าอาการร้อนวูบวาบพบได้ 50-82% ของผู้หญิงที่หมดประจำเดือนตามธรรมชาติ จึงเป็นอาการวัยทองที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่ความผิดปกติเฉพาะของคนใดคนหนึ่ง แต่หากอาการรบกวนการนอนหรือการทำงาน ก็ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้

ใช้ฮอร์โมนไม่ได้ มีวิธีอื่นที่แนวปฏิบัติรับรองไหม?

+
มี แนวปฏิบัติของสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (NAMS) ปี 2023 ระบุวิธีที่ไม่ใช่ฮอร์โมนซึ่งมีหลักฐานรองรับ ได้แก่ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) การสะกดจิตทางคลินิก ยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRI และ SNRI ยากาบาเพนติน และการลดน้ำหนัก ส่วนอาหารเสริมสมุนไพรและการฝังเข็มยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแนะนำเป็นการรักษาหลัก

สรุป

อาการวัยทองไม่ใช่เรื่องที่คุณคิดไปเอง และไม่ใช่ความผิดของคุณค่ะ มันคือสัญญาณธรรมชาติที่บอกว่าฮอร์โมนกำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะร้อนวูบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หรือน้ำหนักที่ขึ้นง่ายกว่าเดิม ทุกอาการมีคำอธิบาย และทุกอาการดูแลได้

หากอาการเริ่มรบกวนการนอน อารมณ์ หรือการใช้ชีวิต อย่าเพิ่งทนโดยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัย การมาตรวจฮอร์โมนวัยทองให้รู้ชัดจะช่วยให้คุณเข้าใจร่างกายตัวเองและดูแลได้ตรงจุด สามารถเข้ามาปรึกษากับ Dr.May Clinic คลินิกเฉพาะทางวัยทองได้นะคะ หมอและทีมยินดีดูแล เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิงและแนวปฏิบัติทางคลินิก

  1. Avis NE, et al. Duration of menopausal vasomotor symptoms over the menopause transition. JAMA Intern Med. 2015. PMID: 25686030 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25686030
  2. Santoro N, Epperson CN, Mathews SB. Menopausal Symptoms and Their Management. Endocrinol Metab Clin North Am. 2015. PMID: 26316239 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26316239
  3. Baker FC, de Zambotti M, Colrain IM, Bei B. Sleep problems during the menopausal transition. Nat Sci Sleep. 2018. PMID: 29445307 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29445307
  4. Freeman EW, Sammel MD, Lin H, Nelson DB. Associations of hormones and menopausal status with depressed mood in women with no history of depression. Arch Gen Psychiatry. 2006. PMID: 16585466 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16585466
  5. Greendale GA, et al. Changes in body composition and weight during the menopause transition. JCI Insight. 2019. PMID: 30843880 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30843880
  6. Greendale GA, et al. Effects of the menopause transition and hormone use on cognitive performance in midlife women. Neurology. 2009. PMID: 19470968 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19470968
  7. Portman DJ, Gass MLS. Genitourinary syndrome of menopause: new terminology for vulvovaginal atrophy. Menopause. 2014. PMID: 25160739 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25160739
  8. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Menopause: identification and management. NICE guideline NG23. ปรับปรุงพฤศจิกายน 2024 — nice.org.uk/guidance/ng23
  9. The North American Menopause Society Advisory Panel. The 2023 nonhormone therapy position statement of The North American Menopause Society. Menopause. 2023;30(6):573-590. PMID: 37252752 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37252752
  10. American College of Obstetricians and Gynecologists. ACOG Practice Bulletin No. 141: Management of Menopausal Symptoms. Obstet Gynecol. 2014;123(1):202-216. PMID: 24463691 — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24463691

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาแทนการพบแพทย์ หากมีอาการที่กังวล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคล

อยากรู้ให้ชัดว่าอาการของคุณเกี่ยวกับฮอร์โมนแค่ไหน?

โปรแกรม Hormone Balance Check ตรวจเลือดฮอร์โมน 5 รายการ + InBody + ปรึกษาแพทย์ 1-on-1 เต็ม 45 นาที พร้อมรายงานและแผนดูแล 30 วันแรก

ดูรายละเอียดโปรแกรม →
เกี่ยวกับผู้เขียน
พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.58272
  • แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
  • American Board of Anti-Aging / Regenerative Medicine (ABAARM)
  • Board Certified in Nutritional Wellness (CNW)
  • ผ่านการอบรมการใช้ฮอร์โมนทดแทนชนิดธรรมชาติ (BHRT)

หมอเมย์ดูแลผู้หญิงวัย 40+ ที่มีปัญหาฮอร์โมนและอาการวัยทองโดยเฉพาะ เน้นการตรวจฮอร์โมนเพื่อเข้าใจร่างกายและวางแผนดูแลแบบเฉพาะบุคคล

ตรวจทานโดยผู้เขียน · ปรับปรุงล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2569

Dr.May Clinic (ดอกเตอร์เมย์คลินิกเวชกรรม) · ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี · เปิดทุกวันเว้นวันอังคาร 10:00–18:00 · บริการ: ตรวจฮอร์โมนวัยทอง (Hormone Balance Check) และ รักษาวัยทอง (Hormone Balance Program)

เขียนโดย พญ.เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์) ว.58272 — Dr.May Clinic คลินิกเฉพาะทางวัยทอง นนทบุรี · บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาแทนการพบแพทย์
พญ. เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)

ผู้เขียนบทความ

พญ. เมชฌวิกาศ์ อารยางกูร (หมอเมย์)

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (ABAARM) ดูแลสมดุลฮอร์โมนวัยทองสำหรับผู้หญิง 40+ · เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว.58272

ดูโปรไฟล์และบทความทั้งหมดของหมอเมย์ →
Scroll to Top
© 2026 คลินิกหมอเมย์ · Dr.May Clinic นนทบุรี นโยบายความเป็นส่วนตัว ติดต่อเรา